ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต
“...ชีวิตของคนเรา ณ โลกวันนี้ มักจะต้องเผชิญกับอุปสรรคอันหลากหลาย ที่เกิดจากอารมณ์ลบ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม จนสูญเสียสมดุลแห่งความดีงามของชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย!
แต่โดยแท้จริงแล้ว “อารมณ์ลบไม่ใช่ศัตรู แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นชีวิต” อยู่แล้ว..สิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกชีวิตจักต้องประจักษ์ในทุกๆ ขณะที่ได้ใช้ชีวิตออกไป..
..ความเข้าใจในระดับจักรวาลของชีวิต จะทำให้หัวใจแห่งการดำรงอยู่ของคนเราเปิดกว้างขึ้น และก่อบทบาทต่อการเสริมส่งคุณค่าของ “ความเป็นตัวตน” ขึ้นมา..
ภาวการณ์ในลักษณะนี้ คือวิถีแห่งการตระหนักรู้ถึงข้อเท็จจริงในสายทางที่ทอดยาวไปสู่การมีชีวิตอยู่อย่างยั่งยืนและเข้าใจ ต่อบริบทของ “ยุคสมัยแห่งความเป็นจริง”..จะมืดดำ หรือ สุกสว่าง..นั่นคือ “ประตูความคิด” ที่เปิดออก ในวังวนแห่งการ “ยึดมั่นถือมั่น” ของทุกๆ ชีวิต..!
รากฐานความคิดเบื้องต้น คือแก่นสารของการรับรู้ของหนังสือที่สร้างสำนึกแห่งการหยั่งเห็น “พจนานุกรมอารมณ์สีดำ” (The Black Book) ผลงานสร้างสรรค์ของนักเขียน และนักวาดภาพประกอบชาวเกาหลีใต้ “ซอลเลดา” ผู้สร้างความรู้และความหวังแก่ผู้อ่านผ่านหนังสือดัง ที่หลายคนประทับใจ อย่าง “อย่าให้ใจเราเจ็บ” (DON'T GET MY HEART HURT) หนังสือที่ปลอบโยน และโอบประคองความรู้สึกเหนื่อยล้า ได้อย่างลึกซึ้งและจับใจ มาแล้ว..!
หนังสือได้เน้นถึงหัวใจแห่งสาระเอาไว้ ในเชิงพินิจพิเคราะห์ที่กระทบใจยิ่ง “ความอ่อนแอคือส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ที่เราไม่ต้องฝืน ทำเป็นคนเข้มแข็ง” การยอมรับนัยแห่งสถานการณ์แห่งอารมณ์เหล่านี้..คือมิติแห่งจุดเริ่มต้นในการเยียวยาจิตใจ..
ในทางปฏิบัติอันควรค่า เราต้องยอมรับตัวเอง “การเยียวยาเริ่มต้นด้วยการยอมรับตัวเอง” โดยคนเราไม่จำเป็นต้อง “ลบความรู้สึกสีดำ” ทิ้งไป ..แต่จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะโอบกอดความเศร้าเอาไว้ แล้ว..ก้าวต่อไป..!
ทุกๆ คน..จึงต้องพยายามทบทวนและฝึกฝนที่จะต้องเรียกชื่ออารมณ์ของตัวเองให้ถูก..เมื่อรู้ได้อย่างชัดเจนว่ารู้สึกอะไร เช่น ไม่ใช่แค่เศร้า..แต่ยังมีความรู้สึกน้อยใจแฝงอยู่ ภาวะรู้สึกเช่นนี้จะช่วยลบความสับสน และอึดอัดภายในใจลงได้ ..!
เหตุนี้..จึงสมควรต้องเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลา ที่จะต้องหยุดฝืนถึงการคิดบวก เนื่องเพราะ การแสร้งทำว่าเป็นผู้ที่มีความสุข ทั้งที่ข้างในเจ็บปวดนั้น คือการทำร้ายตัวเองอย่างแท้จริง เราจึงต้องรับฟังเสียงแห่งชีวิตของตัวเองอย่างไร้อคติ โดยเลิกตัดสินหรือทำร้ายตัวเอง เมื่อความคิดลบ ปรากฏขึ้นมา..!
แน่นอนว่า ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเข้มแข็ง หรือสบายใจอยู่ตลอดเวลา การร้องไห้ออกมา หรือแสดงออกถึงความพ่ายแพ้นั้น ถือเป็นเรื่องปกติ....ขอให้จำไว้ว่า..คนเราทุกคน มีอารมณ์เป็นผู้ส่งสาร ดังนั้น..
“ความรู้สึกแย่ๆ จะเตือนให้เราดูแลจิตใจ..หรือถอยห่างออกมาจาก สิ่งที่ทำร้ายเรา”
คนส่วนใหญ่ มักจะพยายามเก็บซ่อนความรู้สึก โดยเฉพาะความรู้สึกแย่ๆ เอาไว้กับตัวเสมอ แต่สำหรับหลักคิดสำคัญของหนังสือเล่มนี้กลับขับเน้น และสอนถึงการเสริมพลังความเข้มแข็งต่อสถานการณ์ต่างๆ ออกมาอย่างมีความหวัง “หลุดออกมาจากทุกข์ และ พ้นออกมาจากความอ่อนแอ”
การยอมรับความอ่อนโยนเมื่อรู้สึกหม่นเศร้า จะช่วยให้เราได้พักจากโลกของความเป็นจริง ปลอบประโลมใจและทำให้ใจสงบลงได้..การพยายามทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ด้วยหัวใจ คือการยอมรับความเจ็บปวดของตัวเองและของผู้อื่นโดยไม่มีเงื่อนไข..
“การทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง คือการรู้จักตัวเองอย่างแท้จริง และ เราจะพบว่า อารมณ์ที่ถูกกดขี่นั้น จะนอนนิ่งอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ”
นอกจากนี้ “ซอลเลดา” ยังย้ำเตือนสติอีกว่า..ในสีดำแห่งนัยของความเป็นชีวิตนั้น ความเจ็บปวดมีพลังดึงดูดจิตใจได้ในพริบตา และเมื่อถูกดึงเข้าไปแล้วจะหลุดพ้นได้ยาก เหตุนี้..การดูแลบาดแผลของเราจึงจะทำได้ใน 2 ขั้นตอน..คือยอมรับอารมณ์ตามความเป็นจริง และ การแยกอารมณ์ออกจากความคิด
“ความหม่นเศร้าเป็นเหมือนตัวเราอีกคนที่นั่งข้างๆ และคอยกระซิบกระซาบเราอยู่ ..การเก็บกดอารมณ์ไว้นานๆ เหมือนทำให้เรารู้สึกว่าได้หลุดพ้นจากอารมณ์เหล่านั้น แต่มันไม่ได้หมายความว่า เราได้เป็นอิสระ..!”
ยิ่งได้อ่านอย่างตกผลึกก็จะเห็นได้ว่า หนังสือเล่มนี้ มุ่งเน้นการจำแนกและความเข้าใจ อารมณ์ในเชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นความอึดอัด ความวิตกกังวล ความอับอาย หรือกระทั่งความเกลียดชัง ทั้งหมดถือว่าเป็น “อารมณ์เชิงลบ” ซึ่งให้ถือว่าเป็น “อารมณ์ปกติ” ที่ชีวิตจักต้องเผชิญ ทั้งนี้โดยการมองผ่านมุมมองเชิงจิตวิทยาที่จริงใจ เพื่อให้เข้าใจตัวเองและผู้อื่นเพิ่มมากขึ้น..
“การที่เรามองไม่เห็นอารมณ์ ไม่ได้หมายความว่า..มันไม่ได้มีอยู่จริง”
หนังสือวางโครงสร้างสู่หลักการจิตวิทยาที่จะนำชีวิตให้ก้าวถึงความสำเร็จ ด้วยการสำรวจความรู้สึกด้านลบ ผ่านมุมมองแห่งชีวิตใหม่ๆ ของกระต่ายสีเหลือง “ซอลโท” เพื่อการหยั่งเห็นและเข้าใจ อารมณ์มืดดำแห่งชีวิตตนเอง อันเป็นที่สุด!
ว่ากันว่า..การตามหาอารมณ์ที่ซุกซ่อน จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น แล้วความเข้าใจ ก็จะเชื่อมโยงสู่ความเห็นอกเห็นใจได้ด้วย เราสามารถที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ร่วมกัน..แต่มันคือการกระตุ้นอารมณ์ที่เคยรู้สึก ..ให้ลองรู้สึกร่วมถึงอารมณ์ของอีกฝ่าย..
การรู้สึกถึงอารมณ์ตัวเองให้มากพอ จนรู้จักถึงจิตใจของตนเองนั้น หากมองอย่างแคบก็เป็นสิ่งที่เราทำเพื่อตัวเอง แต่ถ้ามองให้กว้างก็เป็นสิ่งที่เราทำเพื่อสานสัมพันธ์กับผู้อื่น.. !
“สุดท้ายอาจกล่าวได้ว่า “ความอึดอัด” ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น และยังช่วยให้เราเข้าใจคนอื่น ได้อย่างถ่องแท้ด้วยเช่นกัน”
นอกจากนี้..หนังสือเล่มนี้ยังให้ข้อคิดถึงภาวะ ของการ “ย้ำคิดย้ำทำ” ในชีวิตของคนเราไว้อย่างน่าใคร่ครวญ..ว่ามันจักเกิดจากความวิตกกังวลที่มากเกินเหตุ และคนเรามักไม่ทบทวนถึงประเด็นนี้ในชีวิตกันมากสักเท่าไหร่..เอาแต่คิดและมองว่า “ความคิดที่ย้ำคิดย้ำทำ” เป็นนิสัยอันเลวร้ายที่แก้ได้ยาก ซ้ำร้ายยังมองว่าจิตใจตนเองไม่แข็งแกร่งพอ จึงพยายามจะแก้ไข แต่ก็แก้ไขกันได้น้อยเกินพอ..
“ผู้มีอาการย้ำคิดย้ำทำ มักจะคิดว่าการทำอะไรซ้ำๆ ของตนเป็นเรื่องแปลก แต่ก็ไม่สามารถที่จะเลิกทำได้ ดูๆ แล้วการกระทำนี้ จึงเปรียบเหมือน คุกทางใจที่อยู่ในตัวเรา”
“ซอลเลดา” ได้ให้ข้อตระหนักต่อความเกลียดชัง อย่างน่าทบทวนชีวิตว่า.. หลายต่อหลายครั้งที่ไม่ได้รับการสนอง แต่กระนั้น เราก็ยังคาดหวังและผิดหวังอยู่ซ้ำๆ บ่อยครั้งก็จะเกิดความผิดหวังอย่างรุนแรงแม้กับเรื่องน้อยๆ เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ความผิดหวังที่สะสม จะเปลี่ยนเป็น “ความหมดหวัง” และความคาดหวังที่ไม่ได้รับการเติมเต็มจะกลายเป็นบาดแผล และบาดแผล ที่ไม่ได้รับการเติมเต็มจะกลายเป็น “จิตใจที่โกรธแค้น” ต่ออีกทอด..!
“ความตั้งใจว่าจะไม่เกลียดคนอื่นนั้น จะไม่จำกัดความเกลียด แต่ยิ่งจะกระตุ้นให้ความเกลียดรุนแรงกว่าเดิม หากได้สำรวจให้ลึกลงข้างใน ว่าใครหรืออะไรกันแน่ที่เราเกลียดชังคับแค้น..และเกิดความเกลียดชังด้วยเหตุการณ์ใด? นี่คือสิ่งที่สำคัญยิ่งที่จะต้องค้นหาให้พบ อย่ามองออกนอกเรื่องไปนอกเรื่อง..แต่ให้ทบทวนและจดจ่อ จนรู้แน่..!”
“พจนานุกรมอารมณ์สีดำ” (The Black Book) ถือเป็นหนังสือแห่งการเรียนรู้และหยั่งเห็น ผ่านการรับรู้และตระหนักรู้ในด้าน ผ่านการจมลึกในด้านลบของชีวิต สู่การปฏิบัติรู้ เพื่อจะผลักดันตัวตนของตนขึ้นมาสู่พื้นที่ของความสุกสว่างและเป็นความหวัง..
“ความจริงแห่งชีวิต” ของคนเรา ณ วันนี้ มักจะเต็มไปด้วยรอยแผลทั้งภายนอกและภายใน มันคือตราประทับ ของความมืดมนที่กรีดขวั่นชีวิตทั้งโดยรู้ตัว..จิตวิญญาณของหนังสือเล่มนี้..จึงเนรมิตทางรอดผ่านภาพวาดอันตรึงความหมายต่อเรื่องของผู้เขียน กอปรกับประกายความคิด ที่ผนึกเข้าไว้กับการตีความเชิงประสบการณ์เอาไว้อย่างกลมกลืน..ภายใน 70 หลักคิด..ที่ชี้ให้เราได้เห็นต้นรากแห่งความเข้าใจ ต้นรากของหนังสือแห่งชีวิต เพื่อ พ้นผ่าน การตีตรวนและครอบงำของมายาคตินานา ที่ครอบงำ เนื้อในแห่งความเป็นชีวิตได้!!
“ตรองสิริ ทองคำใส” นักแปลที่จริงจังและละเมียดละไม แปลและถอดความหนังสือเล่มนี้ออกมา ได้อย่างกระทบใจ และก่อผัสสะทางปัญญา..!
ขอให้มีชีวิตอย่างสงบงามและรู้เท่าทัน..อย่าเกลียดชัง อย่ากังวล อย่ารู้สึกอึดอัด อย่ารู้สึกหม่นเศร้า อย่าอ่อนล้า และตำหนิตัวเอง..เนื่องเพราะ “เราคือมนุษย์”
“...ขบคิดหาสาเหตุ ..การเฝ้าพินิจอารมณ์วิตกกังวล ในสภาพที่จิตใจของเราผ่อนคลายแล้ว..จะช่วยให้เราไม่หวาดหวั่นมากนัก!!”
#พจนานุกรมอารมณ์สีดำ #จิตวิทยา #พัฒนาตัวเอง #เยียวยาจิตใจ #EmotionalHealth #MentalHealth #เข้าใจตัวเอง #ชีวิตมนุษย์ #siamrathonline








