ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต
“ณ ขณะที่เราใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัย หรือในแต่ละช่วงขณะ เราต่างหวังว่า เราจะยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงได้ ด้วยพลังการรับรู้ในจิตวิญญาณแห่งความเป็นตัวตนของเรา...! หลายๆเหตุการณ์ อาจสื่อสำแสดงถึงความเป็นเบ้าหลอมแห่งอาการของชีวิตว่า ไป 'คล้ายดั่งคนโง่'.. แต่อันที่จริงมันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่..
ภายใต้หลืบลึกแห่งการแสดงออก ... การพลาดพลั้งผิดพลาดในบางที อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นใหม่ของการลองผิดลองถูกในชีวิตเพื่อที่จะเติบโต สู่โอกาสของชีวิตต่อๆไป ..มันไม่ใช่เรื่องที่จะเจาะจงไปที่ 'ไอคิวของชีวิต'...แต่เพียงอย่างเดียว แต่มันอาจจะเป็นตราประทับแห่งสัจจะ ของการไม่ใช้ความคิด หรือรู้จักใช้ความคิดในขณะนั้น..ล้วนๆ! นั่นคือแบบเรียนของบริบทแห่งศรัทธา ที่ค่อยๆสอนสั่งจิตวิญญาณ ให้รู้ค่าของการตีความ ในประเด็นฝังลึกที่ย้อนแย้ง..ระหว่างความโง่งมกับความฉลาดเฉลียวฉลาดที่จะดำรงชีวิตอยู่โดยแท้จริง..!
..ความโง่ไม่ได้วัดกันที่ระดับไอคิว ไม่ใช่เรื่องของสติปัญญา แต่มันมักเกิดจาก..อคติทางความคิด (Cognitive Bias) และการตัดสินใจอันผิดพลาดจากหัวสมอง..ที่ขี้เกียจคิดวิเคราะห์”
“จิตวิทยาคนโง่” (The Psychology of Stupidity)..หนังสือที่สื่อสำนึกถึงด้านในที่เร้นซ่อนของของชีวิต มันมีประเด็น ความหมายที่หลากหลายอันชวนให้ ต้องทบทวนและตีความสู่รายละเอียดอันซับซ้อนและมีคุณค่าด้านใน... ..ผลงานอันเหลื่อมซ้อนมิติคิดโดย “ฌ็อง ฟร็องซัว มาร์มียง” (Jean-François Marmion)..นักจิตวิทยาและบรรณาธิการผู้โด่งดัง..โดยได้รวบรวมประเด็นมุมมองอันแตกต่างหลากหลาย รวมทั้ง เหล่างานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ นักจิตวิทยา และบรรดานักคิดในหลายต่อหลายท่าน.. ..ทั้งหมดได้ให้คำอธิบายถึงนัยแห่งความโง่..เหตุผลที่ไม่สมเหตุผลแห่งการกระทำของมนุษย์ ตลอดจน อคติในแง่มุมต่างๆทางความคิด.. โดยได้เน้นย้ำให้เรา..มองความโง่อย่างเข้าใจและเห็นใจในความเป็นคุณธรรมและมนุษยธรรม..ให้มากขึ้น ด้วยการไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับวังวนของการทำลายศักดิ์ศรีของคนโง่..!
“เพราะบางครั้ง ความโง่ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล ...แต่อยู่ที่บริบทที่คนคนนั้น กำลังเผชิญอยู่ต่างหาก!!”
“ฌ็อง” ในฐานะนักจิตวิทยาชื่อดังชาวฝรั่งเศส มีความเชื่ออย่างมุ่งมั่นว่า.. “ความโง่ดำรงอยู่ได้นานกว่าเรา..นานกว่าชีวิตของเรา!” กระทั่งมองว่าคนโง่นั้น มีหลากรูปแบบ ทั้งโง่น่าสมเพช โง่บ้าบิ่น โง่ระดับตำนาน โง่แบบบ้องตื้น โง่แบบหัวขี้เลื่อย โง่สันดานหยาบ โง่อย่างงุ่มง่าม สมองดับ โง่เปิ่น โง่งุ่มง่าม โง่หัวแข็ง โง่ขั้นสุด โง่กระจอก โง่วางก้าม โง่เพ้อเจ้อ โง่เวิ่นเว้อ รวมทั้งพวกที่โง่ แถมยังพูดจาน่ารำคาญอีก
*ฌ็อง “..ได้นำพาเราไปสู่โลก of ความโง่เขลาในทุกแง่มุม ภายใต้การสำรวจเชิงลึกด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมา และมีอารมณ์ขัน ซึ่งก็มีส่วนให้การทำความเข้าใจพฤติกรรมที่แสนจะไร้เหตุผลเป็นเรื่องน่าสนุก แทนที่จะรู้สึกอับอาย.. “จิตวิทยาคนโง่ จะทำให้คุณเข้าใจว่า..ความโง่คืออะไร และจะไม่เผลอทำอะไรโง่ๆ ..รู้วิธีหลีกเลี่ยง 'คนโง่' หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็สามารถที่จะเรียนรู้ วิธีการอยู่ร่วมกับคนโง่อย่างมีความสุขได้!!”
ว่ากันว่า..ความโง่นั้นเหมือนหมุนอยู่รอบตัวเรา เราเห็น เราพานพบ เราอ่าน เราดูเรื่องราวของความโง่เขลาแทบทุกวัน ในขณะที่ตัวของเราก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปัญหาเหล่านั้น ..ครั้นเมื่อเราต้องการอยู่ห่างไกลจากวงจรของความโง่เขลา เราก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจมันให้ได้เสียก่อน...
*มันสมองอันแสนขี้เกียจมักจะทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด!
*การเถียงกับคนโง่ก็เสมือนว่าเรากำลังติดอยู่ในกับดัก
*ทำไมคนฉลาดถึงเชื่อในเรื่องราวที่ไร้สาระ
หนังสือเล่มนี้ จึงเท่ากับว่าเป็นการรวบรวมคำอธิบายของบุคคลที่เก่งที่สุดในโลกแต่ละคน อาทิ... Aaron James / Dan Ariely / Ryan Holiday / หรือ Howard Gardner /..ซึ่งพวกเขาทั้งหมดได้พยายามที่จะหาเหตุผลอธิบายว่า.. “ทำไมในบางครั้ง คนฉลาดถึงได้ 'ตัดสินใจพลาด'....”
นั่นเป็นเพราะ..การเกิดความมั่นใจเกินเหตุ (Overconfidence) ที่มี “อัตตา” (Ego) เป็นต้นตอสำคัญ มันทำให้ตัวเราเชื่อมั่นว่า ตัวเราเองถูกต้องอยู่เสมอ ซึ่งถือเป็นการปิดกั้นการรับฟัง อีกทั้ง ยังไม่ยอมรับความผิดพลาดเสียอีก..! และ...เนื่องเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงมีพลังคล้อยตาม (Conformity) เกิดขึ้นกับชีวิตเสมอ โดยเรามักจะทำตามคนส่วนใหญ่และหลงเชื่อข่าวปลอม (Fake News) อย่างง่ายดาย เพียงเพราะแค่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม จึงทำให้ขาดการตรวจสอบในข้อเท็จจริง!
มีอยู่หลายๆขณะที่คนเรามักจะคิดว่า..“เราเหนือกว่าคนอื่น” นั่นคือสภาวะแห่งภาพลวงตาที่ทั้งหลอกตาและหลอกใจเรา..(Dunning-Kruger Effect)..อันหมายถึง สภาวะที่คนเรามักประเมินความสามารถของตนเองไว้สูงเกินจริง.. ในขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญตัวเองด้านต่างๆ จะประเมินความสามารถของตนเองเอาไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง และมีความกังวลกลุ้มกังวลมากกว่า..
“การอ่านหนังสือเล่มนี้ จึงเปรียบได้กับการส่องกระจก เพื่อให้เราตระหนักรู้ เท่าทันความผิดพลาดทางความคิดของตนเองและลดการตัดสินผู้อื่นอย่างรุนแรง..ต่อๆไป!”
แง่มุมทางการรับรู้จากหนังสือเล่มนี้ ล้วนเป็นทางสว่างของชีวิตที่ล้ำค่า..มันสอนให้เราเข้าใจแง่มุมของตัวตนที่ควรจะเป็น อย่างหยั่งลึกและมีทิศทางในหลายทิศทาง! หากเราจมอยู่กับข้อมูลที่ล้นเกิน เราจะกลายเป็น 'คนโง่แบบมีความรู้' เพราะในทุกวันนี้ เป็นยุคที่มีข้อมูลมากมายจนล้นทะลัก ซึ่งก็มีส่วนทำให้ผู้คนทั่วไป กลายเป็นคนรู้เยอะ แต่กลับไม่ใส่ใจที่จะแยกแยะและคิดวิเคราะห์ ที่สุด..จึงกลายสภาพเป็นเพียงแค่..“ผู้บริโภคข้อมูลที่เต็มไปด้วยความสับสน”
นั่นคือสิ่งที่ย้ำแสดงว่า “ความโง่คือสภาพที่เราทุกคนมีอยู่ในบางเวลา” ซึ่งก็บ่งชี้ให้เห็นถึงว่า “ไม่มีใครที่จะฉลาดอยู่ตลอดเวลา” ซึ่งการตระหนักรู้ในประเด็นสำคัญนี้ ..ถือเป็น “ก้าวแรกในการก้าวสู่ความเข้าใจและเติบโตของชีวิต”..ต่อๆไป! สิ่งที่สำคัญที่สุด ในวงจรของการเรียนรู้ถึง “ความโง่” ก็คือ..อย่าไปหัวเราะเยาะคนโง่ ..เพราะการกระทำเช่นนั้น “อาจทำให้เรากลายเป็นคนโง่เสียเอง”
การคิดดูถูกคนอื่นคือการปิดกั้นโอกาสอันดีงามของตัวเอง และถือเป็น “การแสดงอัตตาที่พองโต” ซึ่งก็อย่างที่รู้กัน “อัตตาคือต้นตอของความโง่งม” ที่ทำให้ชีวิตจมดิ่งอยู่กับความหลงตัวอย่างติดแน่น..จนไม่ฟังใคร!!
บทสรุปในบทเริ่มต้นแห่งการสร้างสรรค์หนังสือเล่มนี้ของ “ฌ็อง” คือการยอมรับในประเด็นหลักที่ว่า..เมื่อเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความโง่ “เราจะไม่มีทางรอดใดๆ” นี่คือคำให้การในการยอมรับวิถีแห่งความเป็นจริงอันขมขื่นและขื่นขัน..ในคราวเดียวกัน ดังนั้น ..เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้นัยของมันอย่างเข้าใจและหัวเราะอย่างสาแก่ใจไปกับมันให้ได้..!
ความโง่อาจถือเป็น “สิ่งที่มนุษย์กลัวที่จะเผชิญหน้า” กับมัน แต่กับปัจจัยของการหลงใหล และคิดว่าตัวตนของตัวเองเลิศล้ำ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดึงให้ชีวิตของมนุษย์โน้มต่ำลงอย่างไม่รู้ตัว..! ..การไม่เรียนรู้ในการมองเห็นเนื้อในแห่งความเป็นชีวิตของเราอย่างถ่องแท้ ”จะทำให้ชีวิตของเรายึดติดอยู่กับความมืดมนอย่างสาหัส..!“ ..จะไม่แสวงหาแสงฉายของสติปัญญาด้วยคุณค่าแห่งสำนึกที่ดีงาม ตรงกันข้าม ..กลับผูกพันอยู่กับจริตมายาของการหลงตัวคิดว่า..ตัวเองฉลาดเฉลียวเหนือคนอื่น จนกลืนกินสถานะอันผ่องแผ้วและดีงามของตนเองไปจนหมดสิ้น..
“พรรษรัตน์ พลสุวรรณา” แปลและถอดความสำนึกคิดของหนังสือเล่มนี้ออกมา อย่างเห็นแง่มุม ที่ลึกซึ้ง..ต่อการนำไปพัฒนาโครงสร้างของชีวิต..ที่เป็นคุณ! และ...นี่คือหนังสือแห่งใจที่เปิดรับ โลกกว้างแห่งความเป็นไปในท่าทีแห่งกลไกของชีวิตในด้านกลับ..ระหว่างและท่ามกลาง..ประจุแห่งการรับรู้และตระหนักรู้ ที่ทายท้าต่อการตอบสนองจิตวิญญาณแห่งการใคร่ครวญต่อ “ชีวิตของสรรพชีวิต” อย่างแท้จริง!!!
“..ถ้าเราเชื่ออย่างสนิทใจว่า...เราฉลาดกว่าคนทั่วไป ..นั่นหมายถึงว่า..เรากำลังตกสู่ 'หลุมพราง' ของความโง่งมแล้ว...!”








