โครงการชลประทานบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการสูบผันน้ำ เพื่อเข้ามาเติมอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก หัวใจหลักในการผลิตประปาดูแลพื้นที่เศรษฐกิจตัวเมืองบุรีรัมย์ เป็นระยะทางยาวร่วม 20 กม. หลังพบระดับน้ำต่ำกว่าความจุ 50% เผยต้องเร่งสูบวันละ 8 ชั่วโมง ได้น้ำเฉลี่ย 50,000 ลบ.ม. เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง หวังมีน้ำกินใช้และเกษตรเพียงพอ
วันที่ 16 ก.ค.69 นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายสาโรจน์ เหง้าพรหมมินทร์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทานฯ และหัวหน้าฝ่ายหัวหน้างาน ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปี2569 ที่เกิดจากผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญ โดยได้ตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทาน อาคารระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ ของสถานีสูบน้ำลำปลายมาศ ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ และติดตามการดำเนินงานขุดลอก เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ รวมถึงตรวจเส้นทางส่งน้ำตามคลองส่งน้ำต่าง ๆ เพื่อตรวจดูสภาพความมั่นคแข็งแรง ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ ในการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงฤดูฝนและต่อเนื่องไปจนถึงฤดูแล้งปีหน้า
ภายหลังโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสูบผันน้ำจากพื้นที่สถานีสูบน้ำลำปลายมาศ ผันมาตามคลองส่งน้ำ เพื่อมาเติมเต็มใส่ยังอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รวมระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เข้ามาเติมสำรองยังอ่างห้วยจระเข้มาก เพื่อวางแผนรับมือภัยแล้ง และให้มีน้ำดิบเพียงพอสำหรับการผลิตประปาบริการประชาชน ในพื้นที่เศรษฐกิจของตัวเมืองบุรีรัมย์ และพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งการใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร เพื่อสร้างความมั่นคงและความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน ได้มีน้ำใช้ได้อย่างเพียงพอไปจนถึงฤดูแล้งปีหน้า หลังพบว่าปริมาณน้ำกักเก็บที่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก มีไม่ถึง 50% ของความจุอ่าง
ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวว่า ตอนนี้ได้มีการสูบผันน้ำจากฝายบ้านยาง อ.ลำปลายมาศ ที่เป็นแหล่งรวมรับน้ำ 3 สาย คือ ลำมาศ ลำปะเทีย และลำนางรอง ที่ไหลมารวมกันเป็นลำมาศ ซึ่งมีปริมาณที่พอเพียง โดยได้สูบน้ำผ่านระบบท่อจากสถานีสูบน้ำลำปลายมาศ มายังจุดคลองส่งน้ำรวมระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อส่งต่อไปยังคลองส่งน้ำต่าง ๆ ต่อไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก อ.เมืองบุรีรัมย์ อีกประมาณ 11 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 16 กิโลเมตร เพื่อผันน้ำไปสำรองเติมในอ่างไว้ให้เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา และการใช้เพื่ออุปดภค บริโภค รวมถึงเพื่อการเกษตร
‘ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ในการเตรียมไว้สำหรับการอุปโภค บริโภค และการเกษตร เนื่องจากในช่วงนี้จะพบว่ามีฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการน้ำ โดยได้มีการสูบผันน้ำประมาณวันละ 8 ชั่วโมง ได้น้ำประมาณ 50,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการเตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์เอลนีโญ รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นคงทางน้ำให้กับ จ.บุรีรัมย์’ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวและว่า
ตอนนี้ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่สองฝั่งเส้นทางคลองส่งน้ำก่อนว่า ช่วงนี้จะเป็นการสูบน้ำเพื่อไปเติมยังอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภคก่อน ส่วนการเกษตรต่อไปหากพบว่ามีฝนทิ้งช่วงติดต่อกันประมาณ 2-3 วัน ก็จะมีการปล่อยน้ำด้านข้าง เพื่อให้เกษตรกรนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่ขาดแคลนน้ำ ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้แหล่งน้ำต้นทุนมีปริมาณเพียงพอในการใช้สูบ








