วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ( กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการครั้งที่ 15 ซึ่งพิจารณาประเด็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยมีการเชิญผู้แทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ผู้แทนสำนักงานศาลปกครอง และผู้แทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมชี้แจงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบกรณีดังกล่าว
นายอาสพลธ์ เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การจ้างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งจากการตรวจสอบพบข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับแฟลชไดรฟ์บันทึกข้อมูลที่ไม่ตรงกับกระดาษคำตอบจริงกว่า 5,000 ราย โดยสงสัยว่ามีการแก้ไขไฟล์รายชื่อและคะแนนสอบภาค ก และภาค ข ให้สูงเกินจริงเพื่อให้ผู้สมัครบางกลุ่มสอบผ่าน
อีกทั้งยังพบร่องรอยการปรับแต่งไฟล์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ก่อนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะประกาศรายชื่อผลสอบ ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีรายชื่อผู้สอบผ่านที่ประกาศบนเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกว่า 15,000 ราย แต่เมื่อกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบย้อนกลับไปยังไฟล์ภาพกระดาษคำตอบ ภาค ก และ ภาค ข ปรากฏว่าคะแนนไม่ตรงกัน
จากการซักถามในที่ประชุมกว่า 3 ชั่วโมง พบข้อมูลว่าทาง มศว ในฐานะผู้รับจ้างได้นำส่งแฟลชไดรฟ์ข้อมูลผลสอบจำนวน 102 ชุดจากสนามสอบทั่วประเทศให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีรองอธิบดีเป็นผู้รับมอบและนำไปเก็บไว้ในตู้นิรภัยภายในห้องทำงานของอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการตรวจสอบพบว่าข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในห้องอธิบดีกลับมีคะแนนตรงกับที่ประกาศบนเว็บไซต์ ซึ่งเป็นคะแนนที่ถูกแก้ไขให้สูงขึ้นเพื่อให้คนสอบผ่าน ต่างจากแฟลชไดรฟ์อีกชุดที่อยู่ในการดูแลของ ปปช. ซึ่งทางผู้อำนวยการสำนักทดสอบของ มศว ยืนยันว่าเป็นข้อมูลต้นฉบับที่ถูกต้องและไม่มีการแก้ไข
นอกจากนี้ยังพบข้อพิรุธในขั้นตอนการรับส่งข้อมูล เนื่องจากแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในตู้นิรภัยของอธิบดีไม่มีตราประทับรับรองจาก มศว แต่ข้อมูลที่นำขึ้นเว็บไซต์กลับมีตราประทับ โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับผู้อำนวยการกลุ่มติดต่อรับส่งข้อมูลกับผู้รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน Line และในคอมพิวเตอร์ของนางสาว บ. ก็มีข้อมูลรายชื่อผู้สอบผ่านที่จะนำเข้าสู่ระบบเช่นกัน ซึ่งขัดแย้งกับข้อกล่าวอ้างที่ว่าเป็นข้อมูลลับที่สุด เพราะแฟลชไดรฟ์ดังกล่าวไม่มีการตั้งรหัสผ่าน สามารถเสียบเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดดูหรือแก้ไขข้อมูลได้ทันที โดยทางผู้รับจ้างระบุว่าได้ประทับตรามหาวิทยาลัยรับรองตามคำร้องขอจากผู้ว่าจ้างที่ส่งไฟล์กลับมาให้โดยไม่ได้ตรวจสอบรายชื่อซ้ำ
สำหรับรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประกาศผลสอบในครั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นระบุว่ามีทั้งหมด 4 ท่าน คือ นาย ท., นาย ป., นาย พ. และนางสาว บ. ซึ่งคณะกรรมาธิการเตรียมจะเชิญทั้ง 4 ท่านมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป ขณะที่รายชื่อผู้สอบผ่านจำนวน 5,814 ราย ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าคะแนนไม่ตรงตามจริงนั้น ล่าสุด กสถ. มีมติเตรียมเสนอให้มีการเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งทั้งหมด โดยจะส่งเรื่องไปยังกรรมการระดับจังหวัด (ก.จังหวัด) ทั้ง ก.จ., ก.ท. และ ก.อบต. เพื่อแจ้งให้ท้องถิ่นแต่ละแห่งดำเนินการเพิกถอนตามขั้นตอน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำว่าหากพบการทุจริตโกงสอบต้องให้ออกโดยเร็ว
ในส่วนของข้อกฎหมาย ผู้แทนสำนักงานศาลปกครองยืนยันว่าสามารถเพิกถอนการบรรจุได้ โดยมีแนวคำวินิจฉัยจากศาลปกครองสูงสุดคดีหมายเลขแดงที่ อบ. 342/2566 เป็นบรรทัดฐานในกรณีทุจริตสอบท้องถิ่นเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ นายอาสพลธ์ได้ฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้มีรายชื่อทั้ง 5,814 รายว่า อย่าหลงเชื่อกระแสข่าวการเรียกรับเงิน 300,000 ถึง 500,000 บาท เพื่อวิ่งเต้นให้ชื่อหลุดจากการถูกเพิกถอน เพราะคณะกรรมาธิการได้ขอรายชื่อทั้งหมดมาแล้วและจะทำให้เป็นข้อมูลสาธารณะ ผู้ที่เข้ามาโดยไม่ถูกต้องก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไป โดยในสัปดาห์หน้าคณะกรรมาธิการจะเชิญหน่วยงานตรวจสอบทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ท., ป.ป.ง. และกองปราบปราม เข้ามาให้ข้อมูลความคืบหน้าของคดีอย่างละเอียดอีกครั้ง








