โครงการชลประทานบุรีรัมย์ เร่งลงพื้นที่ตรวจติดตาม สถานการณ์อ่างเก็บน้ำหลักทั้งจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ เผยทุกแห่งมีปริมาณน้ำกักเก็บ เหลือน้อยกว่าปกติไม่ถึง 50% ของความจุ ขณะอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด แหล่งน้ำดิบหลักผลิตประปา บริการพื้นที่เศรษฐกิจเมืองบุรีรัมย์ ยังมีปริมาณน้อย เร่งสูบผันน้ำมาเติมให้เพียงพอใช้ เพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ตลอดทั้งปี
วันที่ 16 ก.ค.69 นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำตามแหล่งน้ำสำคัญต่าง ๆ ทั้ง 16 แห่งของ จ.บุรีรัมย์ หลังจากพบว่าในหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ เริ่มมีผลกระทบจากภัยแล้งคุกคาม จากสถานการณ์เอลนีโญ ซึ่งได้ส่งผลให้ฤดูฝนมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ และเสี่ยงต่อสภาวะฝนทิ้งช่วง ทั้งอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงกว่าปกติ และทำให้ฤดูร้อนยาวนานขึ้น อาจทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในภาพรวมของ จ.บุรีรัมย์
โดยภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั้งจังหวัด ตอนนี้มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 140 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณเกือบ 50% ของความจุทั้งหมด โดยพบว่าที่อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบขนาดใหญ่ ที่ใช้ในการผลิตประปาบริการประชาชนในเขตตัวเมืองบุรีรัมย์ และพื้นที่เศรษฐกิจในเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ และ อ.ห้วยราช
นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวว่า ตอนนี้อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก มีปริมาณกักเก็บอยู่ที่ประมาณ 14.5 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 56% และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด แหล่งน้ำดิบที่จะผันน้ำมาเติมสนับสนุนอ่างจระเข้มาก ตอนนี้มีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ค่อนข้างเป็นที่ต้องเฝ้าระวัง และรับมือการขาดแคลนน้ำ
โครงการชลประทานบุรีรัมย์ ได้ดำเนินการร่วมกับทางหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทำการผันน้ำจากสถานีสูบน้ำลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รวมระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เข้ามาเติมสำรองอ่างห้วยจระเข้มาก เพื่อวางแผนรับมือภัยแล้ง เพื่อให้มีน้ำดิบเพียงพอสำหรับการใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร เพื่อสร้างความมั่นคงและความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน ได้มีน้ำใช้ได้อย่างเพียงพอไปจนถึงฤดูแล้งปีหน้า ในสถานการณ์น้ำที่เราจะเจอในสภาวะตอนนี้ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำน้อย และควบคู่กับการติดตามและประเมินแนวโน้มสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนการกักเก็บ การระบายน้ำ และการจัดสรรน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุน โดยเน้นเก็บกักน้ำให้มากที่สุด เพื่อรองรับสถานการณ์แล้งที่อาจจะเกิดขึ้น และใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำ เป็นแหล่งน้ำเสริมในช่วงฝนทิ้งช่วงหรือเมื่อจำเป็น
ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์น้ำในแต่ละอ่างของปีนี้ หากเทียบกับปีที่ผ่านมา บางอ่างจะมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่เท่า ๆ กัน เนื่องจากว่าปลายปีที่ผ่านมาฝนตกค่อนข้างชุก จึงทำให้แต่ละอ่างสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้เกือบ 100% ของความจุอ่างทั้งหมด เพียงแต่ว่าอัตราจากการระเหย หรือว่าอัตราการรั่วซึม เนื่องจากสถานการณ์เอลนีโญ อาจส่งผลกระทบทำให้การใช้น้ำสิ้นเปลืองกว่าปกติ ซึ่งสถานการณ์น้ำในช่วงนี้ที่เข้าสู่หน้าฝนยังไม่น่าเป็นห่วง แต่เป็นห่วงในช่วงฤดูแล้งปีหน้ามากกว่า หากว่าปริมาณฝนนั้นตกลงมาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้








