“สุชาติ” สั่ง คพ. ตรวจสอบลักลอบทิ้งของเสียกลางไร่สับปะรด จ.ระยอง พบเศษพลาสติก โฟม ถุงมือยาง กระป๋องสารทำละลาย และวัสดุเหลือใช้จำนวนมาก เร่งตรวจโลหะหนัก-สารปนเปื้อน พร้อมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องถึงที่สุด
วันที่ 15 ก.ค.69 ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีลักลอบนำของเสียและเศษวัสดุมาทิ้งในพื้นที่ ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พร้อมเร่งประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี) ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง กองตรวจมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการลักลอบนำเศษพลาสติก เศษโฟม ถุงมือยาง กระป๋องบรรจุสารทำละลาย เศษไม้ เศษกระดาษ เศษผ้า รวมถึงวัสดุเหลือใช้อีกหลายชนิด มาทิ้งถมในบ่อดินเก่ากลางไร่สับปะรด สร้างความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อดิน แหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำในพื้นที่เบื้องต้น พบค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ที่ 5.0 ซึ่งอยู่ในระดับค่อนข้างเป็นกรด พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์หาโลหะหนักและสารปนเปื้อน เพื่อประเมินว่ามีสารอันตรายรั่วไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมหรือไม่
เบื้องต้น กรมควบคุมมลพิษได้เสนอให้เจ้าของที่ดินเร่งขนย้ายของเสียทั้งหมดออกจากพื้นที่ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดอย่างเข้มงวด ขณะที่ที่ประชุมมีมติให้เทศบาลตำบลแม่น้ำคู้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายการสาธารณสุข และกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พร้อมสั่งระงับการกระทำดังกล่าวในทันที
นอกจากนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง จะพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 หากผลการตรวจพิสูจน์พบว่าของเสียที่ถูกนำมาทิ้งเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย ซึ่งจะทำให้ผู้กระทำผิดต้องเผชิญโทษตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า คพ.จะติดตามผลการตรวจวิเคราะห์และความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน พร้อมผลักดันให้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจนถึงที่สุด และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักลอบทิ้งของเสียในพื้นที่จังหวัดระยองซ้ำอีก.








