วันที่ 13 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า...
“คนละไม่ถึง 1 ใน 3 ของสตางค์” กับศักดิ์ศรีของอารยประเทศ และหน้าที่ของรัฐที่ต้องโอบอุ้มผู้บริสุทธิ์
สวัสดีพี่น้องประชาชนทุกท่านครับ ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผมเห็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจะนำเงินภาษีของประชาชนไปเยียวยาผู้สูญเสียจากคดีอาญาและโศกนาฏกรรมสาธารณะ จนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย
ในฐานะที่ผมเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม และเคยมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านความยุติธรรมของประเทศ ผมเห็นว่าวันนี้สังคมไทยควร “ตกผลึก” หลักกฎหมายและหลักรัฐศาสตร์ร่วมกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่การสงเคราะห์ตามอำเภอใจ แต่เป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานของรัฐสมัยใหม่
1. นี่ไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายของประชาชน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 25 วรรคสี่ บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น ย่อมมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาจากรัฐตามที่กฎหมายกำหนด
หลักการดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวคิดสิทธิมนุษยชนสากลตาม กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกและประเทศอารยะทั่วโลกให้การยอมรับ นี่คือเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยเรามีกฎหมายรับรอง มีอารยะ ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง
ผู้ที่เดินอยู่บนทางเท้าดี ๆ แล้วถูกลูกหลงจากเหตุรุนแรง หรือผู้ที่เข้าไปใช้บริการในสถานที่แห่งหนึ่งโดยสุจริต แต่กลับต้องสูญเสียชีวิตจากความบกพร่องของระบบความปลอดภัย บุคคลเหล่านี้ไม่ควรถูกปล่อยให้แบกรับความสูญเสียเพียงลำพัง
2. ความจริงทางตัวเลข: คนไทยช่วยกันจ่าย “ไม่ถึง 1 ใน 3 ของสตางค์”
ตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา กำหนดกรอบวงเงินช่วยเหลือกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตายไว้ในหลายรายการ
หากคำนวณวงเงินเยียวยาสูงสุดประมาณ 200,000 บาท เทียบกับประชากรไทยราว 65 ล้านคน จะพบว่าภาระร่วมกันของประชาชนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.003 บาทต่อคน หรือ พูดง่าย ๆ คือไม่ถึง 1 ใน 3 ของสตางค์ด้วยซ้ำ
เศษเสี้ยวของเงินภาษีที่คนไทยร่วมกันเสีย กลับสามารถเปลี่ยนเป็นความหวังและช่วยประคับประคองครอบครัวที่เพิ่งสูญเสียเสาหลักของชีวิตได้ นี่ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือยของรัฐ แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของสังคมที่มีอารยธรรม
3. เงินเยียวยาจากรัฐ ไม่ใช่ค่าชดใช้ทางแพ่ง
ประชาชนต้องแยกเรื่องนี้ออกจากกันให้ชัดเจนครับ
เงินช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม เป็นเพียงการเยียวยาเบื้องต้นที่รัฐจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน ส่วนสิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่ประมาทเลินเล่อ ยังคงดำเนินการได้เต็มที่ตามกฎหมายแพ่ง (ตามที่มาตรา 26 ของ พ.ร.บ. นี้คุ้มครองไว้) สิทธิทั้งสองส่วนไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และไม่ได้ตัดสิทธิซึ่งกันและกัน
4. ในมุมของผม เงินเยียวยา 200,000 บาท อาจยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคมปัจจุบัน
เมื่อเปรียบเทียบกับค่าครองชีพ ภาระของครอบครัว และคุณค่าของชีวิตมนุษย์ เงินช่วยเหลือสูงสุดในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำ
รัฐบาลควรพิจารณาปรับปรุงกลไกการเยียวยาและขยายเพดานความช่วยเหลือนี้ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ประชาชนได้รับหลักประกันที่สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น
พี่น้องประชาชนครับ วันนี้โศกนาฏกรรมอาจเกิดขึ้นกับคนอื่น แต่วันหนึ่งอาจเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของเราเองก็ได้ ไม่มีใครออกจากบ้านโดยคาดหวังว่าจะไม่ได้กลับไปหาคนที่รักอีกครั้ง
ดังนั้น การร่วมกันรับผิดชอบผ่านกลไกของรัฐในสัดส่วนเพียง “ไม่ถึง 1 ใน 3 ของสตางค์” จึงไม่ใช่ภาระที่หนักเกินไปเลย หากมันสามารถทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความช่วยเหลือในวันที่ชีวิตของเขาพังทลายลง อย่ามองด้วยความเห็นแก่ตัว แต่ขอให้มองเพื่อส่วนรวมและเพื่อนมนุษย์ร่วมสังคมครับ
บทสรุปของผม
ความยุติธรรมที่แท้จริง ไม่ได้จบลงเพียงการลงโทษผู้กระทำผิด แต่ต้องรวมถึงการดูแลผู้เสียหายด้วย เงินเยียวยาตามกฎหมายฉบับนี้ คือรากฐานของ “รัฐสวัสดิการแห่งความยุติธรรม” และเป็นเครื่องยืนยันว่า ในวันที่ประชาชนเผชิญความสูญเสีย รัฐจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน
[ประกาศการช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับกรณีโศกนาฏกรรมล่าสุด]
สำหรับครอบครัว ญาติ หรือผู้มีส่วนได้เสียของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ "ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ท่านสามารถยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิ์กฎหมายฉบับนี้ได้ทันที โดย "ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น (ฟรี)" ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ครับ:
ต่างจังหวัด: ติดต่อได้ที่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
กรุงเทพมหานคร: ติดต่อได้โดยตรงที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ
สายด่วน: โทรสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องยื่นมือเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเต็มกำลังโดยไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้นครับ








