วันที่ 15 ก.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
เชื่อขบวนการพันทุจริตสอบ สถ.มีมากถึง 10,000 คน นายกฯ ลั่นไม่เลี้ยงคนทำผิด ระบุแกนนำ ภท.ทำผิดก็ไม่ละเว้น จับตาแถลงจับกุมขยายผลอีก 11 คน ชี้ ปปช.ทำงานเร็ว หวังกู้ชื่อถ่วงดองคดีนับ 10 ปี
เมื่อ 14 ก.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยคาดว่า ขบวนการทุจริตสอบเข้ารับราชการของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) จะมีผู้กระทำผิดหรือเกี่ยวข้องถึง 10,000 คน ซึ่งทำให้ระบบราชการไทยพังพินาศได้
อย่างไรก็ตาม ตำรวจเริ่มจับตัวการใหญ่ของขบวนการนี้ได้แล้ว 3 คนคือ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม , นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน และ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวดร.วิน นำตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม และฝากขังต่อศาล โดยไม่ได้รับการประกันตัว
นอกจากนี้ ตำรวจยังขยายผลจับกุมอีก 11 คน แล้วมีคนเกี่ยวข้องอีก 55 คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องถูกตามจับ สิ่งสำคัญการทุจริตครั้งนี้พัวพันคนมากถึง 6,000 กว่าคน หากสืบสาวลงลึกแล้วอาจมีคนทำผิดถึง 10,000 คน ดังนั้น จึงไม่ควรมีข้อยกเว้นกับคนทำผิด เพราะรัฐต้องนำบประมาณมาแบกรับคนทุจริตการสอบและไร้คุณภาพในการปฏิบัติหน้าที่
อีกทั้งกล่าวว่า ระบบรายได้ของรัฐมาจากการเก็บภาษีแต่ละปีประมาณ 3 ล้านล้าน ซึ่งสมดุลกับรายจ่ายเป็นค่าเงินเดือนข้าราชการ ใช้หนี้เงินต้นบวกดอกเบี้ย และงบผูกพันเท่านั้น จึงไม่มีงบพัฒนาประเทศตามกฎหมายกำหนดไว้ในแต่ละปีต้องมี 20% โดยส่วนนี้ในแต่ละปีจึงต้องกู้เงินมาใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาประเทศ
เมื่อรัฐมีรายได้แค่พอกับรายจ่ายประจำปี จึงสะท้อนว่าประเทศจะมีหนี้เงินกู้เพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่ยังให้บรรจุข้าราชการใหม่ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย เพราะการสอบบรรจุเป็นภาระของประเทศ แม้รัฐได้ชะลอสอบบรรจุรับราชการใหม่ไว้ถึง 5 ปี แต่ขบวนการทุจริตวางแผนกดดันให้สอบรับราชการใหม่
การสอบบรรจุราชการต้องได้บุคคลที่มีคุณภาพ ไม่ใช่นำมาซื้อ-ขายตำแหน่ง จากตรวจสอบเบื้องต้นมีคะแนนสอบผิดปกติโดยแก้ข้อสอบให้ถึงกว่า 5,000 คน แล้วยังมีการฝนคำตอบในกระดาษคำตอบให้อีก ด้วยวิธีโกงสอบราชการเช่นนี้จึงทำให้ประเทศเดินมาถึงจุดเกิดความเสียหายมาก
“ปปช.มีรายชื่อในขบวนการโกงต่างๆ นี้มาก และสามารถขยายผล ต่อจิ๊กซอว์ได้อีกหลายจุด ถ้ามีข้อเท็จจริงไปถึงแต่การสอบสวนลากไปไม่ถึงจะเป็นปัญหา โดยนายกฯ (อนุทิน ชาญวีรกูล) รู้ถึงสถานการณ์นี้ และระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ว่าคนใกล้ชิด แกนนำพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องจะไม่มีข้อยกเว้น จึงเป็นการตัดสินใจได้ถูกต้อง”
นายจตุพร เชื่อว่า เรื่องนี้จะมีผลกระทบกระเทือนมาก ถ้าจัดการไม่ดีทำให้รัฐบาลล้มลงอย่างง่ายดาย แต่ถ้าจัดการดีจะยกระดับความเชื่อมั่น และเพิ่มความแข็งแรงของรัฐบาลขึ้นมาเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ในเรื่องนี้ดูเหมือน ปปช. ตั้งใจทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่ แต่ด้วยประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการทำงาน เพราะมักถ่วงดองไว้นานนับสิบปี หรือ สามสิบปี หาก ปปช.ทำงานเร็วตรวจสอบให้เสร็จภายใน 6 เดือนแล้ว พวกคนทุจริตก็ไม่สามารถไปทำความผิดได้อีกเลย
“เมื่อคะแนนไม่ตรงกับกระดาษคำตอบแล้ว ถือว่าข้อเท็จจริงจบแล้ว ไม่จำเป็นต้องรออะไรให้ถึงที่สุดอีก ดังนั้น ไม่กี่วันคงจบ และไม่มีใครโง่พอรอให้คดีถึงที่สุด เพราะรู้ว่าสังคมรับไม่ไหว”
ส่วนไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว นั้น นายจตุพร ย้ำว่า ป้ายทางหนีไฟหรือประตูฉุกเฉินต้องมีความสว่างและเห็นได้ชัดเจน อีกอย่างร้านแบบนี้ต้องไม่ใช้วัสดุไวไฟติดไฟง่ายมาตกแต่ง นอกจากนี้ประชาชนต้องไม่เข้าไปใช้บริการร้านไม่มีมาตรฐานการป้องกันไฟไหม้ด้วย
สิ่งสำคัญ ร้านที่มีมาตรฐานการป้องกันไฟ มักประชาสัมพันธ์และเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มอุปกรณ์ป้องกันไฟให้มีความปลอดภัยไว้เสมอ มีถังดับเพลิงไว้ใช้งานให้เพียงพอ พร้อมกับฝึกการหนีไฟกับพนักงานเป็นระยะ และบอกให้ประชาชนรับรู้ทางออกหนีไฟทุกครั้งเมื่อเปิดบริการ
#จตุพร #ทุจริตสอบสถ #สอบท้องถิ่น #นายกฯ #อนุทิน #ปราบปรามทุจริต #ปปช #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








