ตม.4 ลากคอ พ่อเลี้ยงเฒ่าเยอรมัน ล่วงละเมิดลูกเลี้ยงเด็กไทยร่วม 5 ปี หนีหมายจับตำรวจสากล ก่อนมากบดานที่ภาคอีสาน พบประวัติสุดโฉดเมื่อภรรยาพร้อมลูกชายย้ายถิ่นฐานไปอยู่ด้วย อาศัยจังหวะภรรยาไม่อยู่ก่อเหตุหลายครั้ง ทั้งยังหลบหนีมากบดานที่ไทยเย้ยอีก
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 11 ก.ค.2569 พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 (ขอนแก่น) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส บก.ตม.4 ,พ.ต.ต.วัชรพงศ์ ศิรินทร์วงศ์ สว.กก.สส.บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.รัฐนริศวร บัวแก้ว สว.ตม.จว.บุรีรัมย์นำกำลังชุดสืบสวน บก.ตม.4 เข้าทำการจับกุม นาย K.B. (เจ้าตัวไม่ยินยอมให้เปิดเผยชื่อครับ อายุ 74 ปี ขณะซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักใน ต.หลักเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหารายสำคัญหลบหนีหมายจับตำรวจสากล หรือ INTERPOL หลังมาซ่อนตัวหลบหนีหมายจับอยู่ ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ตามการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบาย Zero Tolerance ของ ผบช.สตม. และมาตรการเชิงรุกของ ผบ.ตร.ในการกวาดล้างคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม
พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 (ขอนแก่น) กล่าวว่า ทันที ที่ บช.สตม ได้รับหมายจับสำคัฯและสืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้มาซ่อนตัวในเขตพื้นที่ภาคอีสานของไทย จึงบูรณาการการทำงานและสนธิกำลังสืบสวนติดตาม ผู้ต้องหารายนี้ส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่เยอรมันให้ได้ เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ มีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นความผิดที่ร้ายแรงในประเทศเยอรมัน จนกระทั่งสืบแน่ชัดว่า ผู้ต้องหาได้มาหลบหนีอยู่ในบ้านที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนามีการปิดล้อมรั้วรอบขอบชิด ไม่ค่อยออกไปไหน
"เมื่อได้รับการประสานจากทางการเยอรมัน ว่ามีชายชาวเยอรมัน หลบหนีหมายจับตำรวจสากลคดีแดง กรือ RED NOTICE มากบดานอยู่ในประเทศไทย แล้วหลบหนีการขึ้นศาลมาหลายครั้ง จึงได้สั่งการล่าตัวทันที ซึ่งทาง การข่าวระบุว่าผู้ร้ายมีความระมัดระวังตัว ทราบว่าตัวเองถูกติดตามจากทางการอยู่ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจึงได้ เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพร้อมแสดงคำสั่งเพิกถอน การอยู่ต่อในราชอาณาจักร และแสดงหมายจับของตำรวจสากลและควบคุมตัวมาสอบสวนที่ บก.ตม.4 ขอนแก่น"
ผบก.ตม.4 กล่าวว่า จากข้อมูลคดีนั้นพบว่าผู้ต้องหาก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกเลั้ยงวัย 10 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรของหญิงไทยที่ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ด้วยที่เยอรมัน ก่อนอาศัยจังหวะช่วงที่ภรรยาไม่อยู่บ้าน ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนกระทั่งถูกจับได้แบะมีการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายของเยอรมัน แต่คนร้ายยังคงย่ามใจหลังก่อเหตุกับคนไทยและยังหลบหนีมากบดานซ่อนตัวหมายจับที่ประเทศไทยอีก"
ผบก.ตม.4 กล่าวต่อว่าการปฏิบัติการนี้ เกิดขึ้นจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง ทางการเยอรมนี และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำนโยบาย "Zero Tolerance" ต่ออาชญากรข้ามชาติ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ มาตรการกวาดล้างอาชญากรต่างชาติที่หวังใช้ประเทศไทยเป็นที่พักพิง โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดเด็กและการค้ามนุษย์ อันเป็นภัยคุกคามระดับสากล อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบสวนแล้วเสร็จออกคำสั่งเพิกถอนการอยู่ต่อในราชอาณาจักรพร้อมถูกส่งกลับไปดำเนินคดียังประเทศเยอรมันและขึ้นบัญชีดำไม่ให้เข้ามาในแผ่นดินไทยได้อีกต่อไป








