ผู้การนครปฐมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมยึดรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ เสื้อผ้าที่ใช้ในวันเกิดเหตุ และหลักฐานการนำสร้อยทองคำไปขาย
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.จุลภณ มีชำนาญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว พ.ต.ท.ธนากร ภูริกวินเลิศ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.โพธิ์แก้ว ว่าที่ พ.ต.ท.กานต์ธีรา ชาญพนา สารวัตรสืบสวน สภ.โพธิ์แก้ว และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 10.19 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ โดยคนร้ายมีรูปร่างผอม สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ผิวสีแทน สวมเสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ และสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีดำ เข้ามาประกบผู้เสียหาย ก่อนก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมจี้ทองคำหนัก 1 สลึง ของ น.ส.มอ มอแตร อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา
เหตุเกิดบริเวณริมถนนซอยเทศบาล 3 หน้ากองทุนหมู่บ้าน หมู่ 8 ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ขณะที่ผู้เสียหายกำลังปั่นจักรยาน ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและระบุตัวผู้ก่อเหตุได้
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ทราบชื่อคือ นาย Wai Yan Lin อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา บริเวณบริษัท เอส.พี.ที แพ็คกิ้ง กรุ๊ป จำกัด หมู่ 4 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีดำ ทะเบียน ขข 7754 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และหลักฐานเป็นใบรับเงินจากการนำสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายไปขาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังจากก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำไปขาย ก่อนนำเงินที่ได้ไปชำระหนี้และเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งภรรยาและบุตรเดินทางกลับประเทศเมียนมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








