วันที่ 24 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานการประชุมบริหารราชการตำรวจภูธรภาค 7 ครั้งที่ 6/2569 พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ โล่รางวัล และเงินรางวัลแก่หน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกย่องการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มุ่งมั่น และมีประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน
ภายในพิธีมีการมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นในหลายด้าน อาทิ การฝึกอบรมเตรียมความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัด (นปพ.ภ.จว.) ประจำปีงบประมาณ 2569 การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) โครงการ “สุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจร ปลอดภัย” รวมถึงการมอบประกาศนียบัตรและเงินรางวัลแก่นักกีฬาตัวแทนตำรวจภูธรภาค 7 ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬากองทัพไทย ประจำปี 2569
สำหรับการแข่งขันกีฬากองทัพไทย ตำรวจภูธรภาค 7 สามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยคว้ารางวัลรวม 15 เหรียญ แบ่งเป็น 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 8 เหรียญทองแดง จากการแข่งขันกีฬาหลากหลายประเภท อาทิ ฟุตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน เทนนิส ยิงปืน เปตอง และกีฬาต่อสู้ป้องกันตัว สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของกำลังพลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานด้านป้องกันปราบปรามและสืบสวนจับกุมคดีสำคัญดีเด่น ประจำเดือนมิถุนายน 2569 โดยรางวัลชนะเลิศระดับกองบังคับการและตำรวจภูธรจังหวัด ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ขณะที่สถานีตำรวจภูธรเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับโล่รางวัลด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ
ในช่วงการประชุม พล.ต.ท.พิสิฐ ได้มอบนโยบายสำคัญแก่ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม งานสืบสวนสอบสวน งานจราจร และการให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้แนวคิด “One Stop Service” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยเร่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด การกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมาย การจัดระเบียบสถานบริการ และการป้องกันปัญหากลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินมาตรการเชิงรุกในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและป้องกันเหตุ โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ พร้อมกำชับให้สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังและทั่วถึง เพื่อลดโอกาสการเกิดอาชญากรรม นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับกวดขันดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การเรียกรับผลประโยชน์ การทุจริต หรือการกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ หากตรวจพบจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรตำรวจ อีกประเด็นสำคัญคือการฝึกทบทวนยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ทั้งสายป้องกันปราบปรามและสายสืบสวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมในการเผชิญเหตุจริง ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน
พล.ต.ท.พิสิฐ กล่าวย้ำว่า ตำรวจทุกนายต้องยึดหลัก “ครองตน ครองคน และครองงาน” ทำงานเป็นทีม เคารพซึ่งกันและกัน มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ควบคู่กับการสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นจากประชาชน ผ่านการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และมีจิตบริการ
ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 7 ยังคงเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ “ตำรวจภูธรภาค 7 ปลอดภัย คืนความอุ่นใจให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน” โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก การป้องกันอาชญากรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน








