พรรคสีน้ำเงิน อยู่ในอาการที่เรียกว่า แม้ไม่บอบช้ำ แต่กลับไม่เข้มแข็ง เหมือนที่เคย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กำลังพาลูกพรรคฝ่าด่าน มรสุมการเมืองที่รอถล่ม ทั้งในและนอกสภาฯ
แน่นอนว่าสถานการณ์เช่นนี้ จากพรรคที่เคยแข็งแกร่ง หลังการเลือกตั้งล่าสุด จนสามารถกวาดสส.เข้าสภาฯ มาได้ 192 คน กำลังถูกทดสอบด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความผิดหวังที่ผู้คนเคยมีต่อพรรค หลังเข้ามาบริหารประเทศไปได้ เพียง 2 เดือนเศษ
“ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี กล่องดวงใจของพรรคภูมิใจไทย และลูกชาย “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่ภูมิใจไทย แม้จะมีรัฐมนตรีของพรรคออกมาช่วยกันปกป้อง หลังจากที่ “ฝ่ายค้าน” ทั้งพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชน จับมือกันถล่ม “โครงการ TH-AI Passport” มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท จนทำให้พรรคสีน้ำเงินสะเทือนไปทั้งพรรค
มิหนำซ้ำ คงไม่ต้องคาดเดาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 สัปดาห์หน้า 3 วัน ไชยชนก จะต้องโดนชำแหละ กลางสภาฯ ทั้งข้อสงสัยใน TOR ของโครงการ ไปจนถึง “คุณสมบัติ” ของไชยชนก เอง
ด้วยสภาวะเช่นนี้ แม้ล่าสุด นายกฯอนุทิน ประกาศ “ขันน็อต” รัฐมนตรีให้เร่งมือทำงาน สร้างผลงาน ภายในเวลา 1 ปี จนนำไปสู่การตีความว่า จะนำไปสู่การ “ปรับครม.” ตามมาหรือไม่ หรือจะถึงเวลาเคลียร์บางพรรคออก แล้วดึง “พรรคกล้าธรรม” ซึ่งมี 58 เสียง เสียบแทน พรรคเพื่อไทย ซึ่งมี 74 เสียง นั้นอาจเป็นแค่ “การขู่” มากกว่า
เมื่อในความเป็นจริงแล้ว สถานการณ์ตอนนี้ พรรคเพื่อไทย แม้จะโลว์โปรไฟลว์ แต่ย่อมบาดเจ็บ น้อยกว่าพรรคภูมิใจไทย อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นหมายความว่า พรรคสีน้ำเงิน อาจไม่ได้อยู่ในสถานะที่คุมทุกอย่างได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ภาพการรับปราะทานอาหารร่วมกันระหว่าง นายกฯอนุทิน กับ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่นำโดย “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รมว.การอุดมศึกษาฯ ,จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ,วัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ
ภาพที่เกิดขึ้น ในห้วงเวลาที่พรรคภูมิใจไทยซวนเซ จึงกลายเป็นการพลิกมุมกลับว่านี่คือการตอกย้ำว่า พรรคสีแดง ยัง “หนุน” รัฐบาลที่นำโดยภูมิใจไทย แม้ พรรคเพื่อไทย จะอยู่ในกระแสมาตลอดว่า อาจถูก “เขี่ย” ออกจากรัฐบาลได้ทุกเมื่อ โดยที่มีพรรคกล้าธรรม รอลุ้นอยู่หน้าประตูทำเนียบฯ
แต่เมื่อวันนี้ สถานการณ์เปลี่ยน เกมเปลี่ยน ภาพที่ออกมา จึงเป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทย เป็นฝ่ายต้องการความเชื่อมั่น ว่ากลางมรสุมเช่นนี้ จะเหลือใคร ยืนอยู่เคียงข้าง !!








