ส.ป.ก. ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดินครั้งสำคัญ จับมือมหาวิทยาลัยขอนแก่นลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านวิชาการและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตปฏิรูปที่ดิน ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำชัด ส.ป.ก. ยุคใหม่ต้องไม่เป็นเพียงหน่วยงานจัดสรรที่ดินทำกิน แต่ต้องเป็นผู้ “จัดสรรโอกาสและอนาคต” ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเจริญโฮเต็ล จังหวัดอุดรธานี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงานติดตามและเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2569 ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครั้งที่ 4/2569 สำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง ส.ป.ก. และมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. และ รศ.น.สพ.ดร.ชูชาติ กมลเลิศ ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้ลงนามความร่วมมือ ท่ามกลางคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายวัชระพล กล่าวว่า ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการทำงานของ ส.ป.ก. เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีศักยภาพทั้งด้านวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดินได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ปัจจุบัน ส.ป.ก. ยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ภาคสนามและเจ้าหน้าที่รังวัดแนวเขต การได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และทำให้สามารถให้บริการพี่น้องเกษตรกรได้ดียิ่งขึ้น” นายวัชระพล กล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปัญหาสำคัญที่ ส.ป.ก. เผชิญมาอย่างต่อเนื่อง คือการขาดแคลนบุคลากรด้านรังวัดที่ดิน เนื่องจากเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเลือกโอนย้ายไปสังกัดกรมที่ดิน ส่งผลให้กำลังคนไม่เพียงพอต่อภารกิจที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังได้มีการประชุมติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 ของ ส.ป.ก. ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อกำกับติดตามผลการดำเนินงานและผลักดันการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
นายวัชระพล กล่าวย้ำถึงนโยบายสำคัญในการปรับบทบาทของ ส.ป.ก. ว่า จากนี้ไป ส.ป.ก. จะต้องทำหน้าที่มากกว่าการจัดสรรที่ดินทำกิน โดยมุ่งสร้างโอกาสและอนาคตให้แก่เกษตรกรอย่างครบวงจร
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ ส.ป.ก. ยุคใหม่ จะต้องไม่เป็นเพียงผู้จัดสรรที่ดิน แต่ต้องเป็นผู้จัดสรรโอกาสและอนาคต เพราะการมีสิทธิในที่ดินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน”
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว จะมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงสิทธิในที่ดิน การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อประกอบอาชีพ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ภายใต้แนวคิด “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน
ขณะเดียวกัน ส.ป.ก. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ และกรมประมง เพื่อสนับสนุนเกษตรกรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการดินและน้ำ การพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
สำหรับจังหวัดอุดรธานี ซึ่งยังมีพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินจำนวนมาก ส.ป.ก. ได้ดำเนินการจัดสรรที่ดินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ และสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระยะยาว








