ททท. ปักหมุด “ตราด - เกาะช้าง” ชูคอนเซปต์ ‘The Ultimate Wellness & Gastronomy Retreat’ ผสานวิถีชุมชนสลักคอก สะกดสายตาชาวโลกในงาน TTM+ 2026
าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า ในงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 ภายใต้แคมเปญ Thailand's Five Signature Wellness Routes ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา (NICE) จังหวัดชลบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคตะวันออก เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวไฮไลท์ “ตราด - เกาะช้าง” ภายใต้แคมเปญ Thailand's Five Signature Wellness Routes ในงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา (NICE) จังหวัดชลบุรี ที่มุ่งเจาะกลุ่มตลาดท่องเที่ยวระดับบนและผู้รักสุขภาพจากทั่วโลกด้วยโมเดลการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเส้นทาง “ตราด - เกาะช้าง” (Route 3) นำเสนอโปรแกรมการพักผ่อนแบบ 3 วัน 2 คืน ที่ผสมผสานความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและการบำบัดร่างกายจิตใจอย่างลงตัว โดยมีไฮไลท์สำคัญที่จะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ (Buyers & Sellers)
“โดยไฮไลท์ที่ททท.สำนักงานตราดต้องการให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสก์คือ วิถีชุมชนบ้านสลักคอก (Salak Khok Community) สัมผัสความมหัศจรรย์ของป่าชายเลนผืนใหญ่ผ่านกิจกรรมยอดนิยม “การนั่งเรือมาด” (Riding a Ruea Maad) หรือเรือกอนโดลาเมืองไทย สูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน และยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารด้วยเมนูเพื่อสุขภาพและวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียม ณ ร้านอาหารชื่อดัง อาทิ Khao Kwan Restaurant พร้อมผ่อนคลายร่างกายบนชายหาดคลองพร้าว (Klong Prao Beach) และไปเติมพลังจากธรรมชาติที่น้ำตกคลองพลู (Klong Plu Waterfall) แลเพักผ่อนในรีสอร์ทชั้นนำอย่าง Sylvan Koh Chang สุดท้ายเยี่ยมชมเสน่ห์สุดคลาสสิกของหมู่บ้านชาวประมงบางเบ้า (Bang Bao Fishing Village)“
ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าวว่า ภายในบูธนิทรรศการ Amazing Thailand ของงาน TTM+ 2026 ครั้งนี้ ททท. ยังได้ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานด้วยการจัดดิสเพลย์ผลไม้เมืองร้อนขึ้นชื่อของไทยที่เป็น Soft Power สำคัญของภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน, เงาะ, มังคุด และมะม่วง เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารและผลไม้ระดับโลกของประเทศไทย ซึ่งททท. เชื่อมั่นว่า การผลักดันเส้นทาง “ตราด - เกาะช้าง” ในมิติของ The Ultimate Wellness & Gastronomy Retreat จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์ของเกาะช้างและจังหวัดตราดให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับลักชัวรีด้าน Wellness ที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย
ทั้งนี้ TTM+ 2026 ถือเป็นเวทีเจรจาธุรกิจ (B2B) ระดับนานาชาติที่สำคัญและเชื่อมโยงผู้ซื้อจากธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกกับผู้ประกอบการไทย โดยเป็นเวทีในการนำเสนอศักยภาพและความหลากหลายของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยการจัดงานในจังหวัดชลบุรีในปีนี้ นำเสนอภายใต้แนวคิด ‘Healing is the New Luxury’ ที่จะนำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ทั้งการนำเสนอสินค้าและบริการทางด้าน Wellness ทั้ง 5 ภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเดินทางท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ( Travel with Care ) โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
โดยการจัดงาน TTM+ 2026 มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกว่า 400 ราย และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศกว่า 400 รายที่เข้าร่วมงานในฐานะผู้ซื้อ จากมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก คาดว่าจะสร้างนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 11,000 นัดหมาย โดยภายในงาน TTM+ 2026 ประกอบด้วย กิจกรรมเจรจาธุรกิจ กิจกรรม Thailand Tourism Update ฉายภาพสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย และ TTM Talk ซึ่งเป็นการพูดคุยเสวนาภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งในด้าน Medical และ Wellness ไปจนถึงการฟื้นฟูอย่างครบวงจร








