รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
คำว่า “ควอนตัม” ฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องไกลตัว เป็นภาษาของห้องทดลองที่นักฟิสิกส์เท่านั้นจะเข้าใจ แต่ ณ วันนี้ เทคโนโลยีควอนตัมกำลังค่อย ๆ เคลื่อนออกจากกระดาน ไปสู่ห้องทดลองอุตสาหกรรม บริษัท มหาวิทยาลัย และบางกรณีเริ่มมีการทดลองใช้งานจริง หากศตวรรษที่แล้วมนุษย์เรียนรู้ไฟฟ้า เครื่องจักร และคอมพิวเตอร์ ศตวรรษนี้คือช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มทำความเข้าใจโลกในระดับเล็กยิ่งกว่าเดิม โลกที่สสารและพลังงานไม่ได้เป็นไปตามหลักคลาสสิกเดิมที่เคยเชื่อ ๆ กัน แต่ต้องอธิบายใหม่หรือให้ความหมายใหม่ด้วย “ความน่าจะเป็น”
ในทางฟิสิกส์ “ควอนตัม” หมายถึงค่าที่ไม่ต่อเนื่องของปริมาณทางกายภาพบางชนิด เช่น พลังงานในระดับอะตอมและอนุภาคย่อย แนวคิดนี้เป็นพื้นฐานของกลศาสตร์ควอนตัม ซึ่งอธิบายปรากฏการณ์สำคัญ เช่น Superposition - สถานะเชิงความน่าจะเป็นที่ระบบสามารถอยู่ได้มากกว่าหนึ่งสถานะภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ, Entanglement - ความสัมพันธ์เชิงสถานะระหว่างระบบควอนตัมที่วัดได้ร่วมกัน แม้อยู่ห่างกัน แต่ไม่สามารถใช้สื่อสารได้เร็วกว่าความเร็วแสง, และ Uncertainty - ข้อจำกัดเชิงหลักการในการวัดค่าบางคู่พร้อมกันอย่างแม่นยำ
จากแนวคิด “ควอนตัมพื้นฐาน” ข้างต้น เทคโนโลยีควอนตัมเริ่มพัฒนาไปหลากหลาย เช่น คอมพิวเตอร์ควอนตัม เครือข่ายควอนตัม การสื่อสารที่มีศักยภาพด้านความปลอดภัยสูงขึ้น การจำลองโมเลกุลเพื่อค้นหาวัสดุหรือยาใหม่ และการคำนวณปัญหาบางประเภทที่คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงพัฒนาและทดลอง (NISQ era - Noisy Intermediate-Scale Quantum) และยังมีข้อจำกัดด้านความเสถียรและการขยายขนาด
นอกจากมิติทางเทคโนโลยี แนวคิดจากควอนตัมยัง “นำมาใช้ในเชิงอุปมา” เพื่ออธิบายความซับซ้อนของระบบสังคม องค์กร และภาวะผู้นำ ทั้งนี้ควรเข้าใจว่าเป็นการตีความเชิงแนวคิด ไม่ใช่การนำกฎฟิสิกส์มาใช้โดยตรงกับพฤติกรรมมนุษย์
เมื่อมองในเชิงอุปมา ยุคควอนตัมอาจสะท้อนลักษณะสำคัญบางประการของโลกปัจจุบัน ได้แก่ ประการแรก ความไม่แน่นอน กลยุทธ์ที่เคยใช้ได้อาจใช้ไม่ได้ในบริบทใหม่ ประการที่สอง ความเชื่อมโยง การเปลี่ยนแปลงเล็กในส่วนหนึ่งอาจส่งผลต่อทั้งระบบ ประการที่สาม ความเร็ว เทคโนโลยีพัฒนาเร็วกว่ากรอบกำกับดูแลและทักษะของแรงงาน ประการที่สี่ การบูรณาการศาสตร์ ความรู้จากหลายสาขาจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน และประการที่ห้า ความรับผิดชอบ เพราะเทคโนโลยีที่ทรงพลังย่อมมาพร้อมคำถามด้านจริยธรรม
ความสำคัญของควอนตัมนอกห้องทดลองจะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการแข่งขันทางเทคโนโลยีของโลก รายงานระดับนานาชาติหลายฉบับชี้ว่าการลงทุน งานวิจัย สิทธิบัตร หลักสูตรการศึกษา และตลาดแรงงานด้านควอนตัมกำลังเติบโต ประเทศและองค์กรที่เริ่มพัฒนากำลังคนและความเข้าใจตั้งแต่ระยะแรก อาจมีความพร้อมมากกว่า ขณะที่ผู้ที่เริ่มช้ากว่าอาจต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและมาตรฐานจากภายนอก
อย่างไรก็ตาม การนำควอนตัมสู่การปฏิบัติไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญคือการพัฒนาความเข้าใจพื้นฐานและความพร้อมขององค์กร ผู้นำและผู้เรียนควรมองว่าปัญหาสมัยใหม่จำนวนมากเป็นปัญหาเชิงระบบ เช่น สิ่งแวดล้อม สุขภาพจิต หรือความเหลื่อมล้ำ ซึ่งต้องอาศัยมุมมองหลากหลายและการทดลองอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเชิงรูปธรรม เช่น มหาวิทยาลัยที่ต้องการพัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้ที่ไม่ใช่นักฟิสิกส์ อาจออกแบบรายวิชา “Quantum for Everyone” ที่เน้น 4 ด้าน ได้แก่ ความเข้าใจหลักคิดพื้นฐาน การเห็นตัวอย่างการใช้งานจริง การวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคม เช่น ความเป็นไปได้ในอนาคตที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจกระทบระบบเข้ารหัสบางประเภท และการทำโครงงานขนาดเล็กเพื่อฝึกคิดและสื่อสาร
ในภาคธุรกิจ องค์กรอาจเริ่มจากการสร้างทีมติดตามเทคโนโลยี เช่น Quantum Readiness Team เพื่อสำรวจว่างานใดมีศักยภาพเกี่ยวข้องกับควอนตัม เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพ การเข้ารหัส หรือการจำลอง จากนั้นจึงประเมินว่าจะติดตาม ร่วมมือวิจัย หรือทดลองใช้บริการผ่านคลาวด์ แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรเรียนรู้โดยไม่ต้องลงทุนสูงในระยะแรก
ในมิติของภาวะผู้นำ แนวคิด “ควอนตัม” นำมาใช้เพื่อสะท้อนการทำงานในโลกที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน เช่น การยอมรับความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล การเปิดพื้นที่ให้ความคิดหลากหลาย และการสร้างความไว้วางใจในทีม แนวคิดเหล่านี้เป็นหลักการด้านการจัดการสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เกิดจากฟิสิกส์โดยตรง แต่สามารถอธิบายผ่านภาษาของควอนตัม
แนวทางการเริ่มต้นอาจประกอบด้วย การทำความเข้าใจพื้นฐานโดยไม่ลงลึกเชิงสมการ การประเมินผลกระทบต่อองค์กร การสร้างทีมงานบูรณาการข้ามศาสตร์ การทดลองขนาดเล็ก การพัฒนาทักษะบุคลากร และการวางกรอบธรรมาภิบาลเพื่อรองรับผลกระทบทางสังคม
ควอนตัมสะท้อนว่าโครงสร้างของธรรมชาติมีความละเอียดและซับซ้อนกว่าที่มนุษย์เคยเข้าใจมาก่อนหน้านี้ ความท้าทายของควอนตัมมีมากกว่าขอบเขตของการพัฒนาเทคโนโลยี เพราะควอนตัมคือการพัฒนาวิธีคิด วิธีทำงาน และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของเทคโนโลยีนั้นด้วย








