4 แรงงานชาวกัมพูชา ลอบมุดรั้วข้ามแดนอาศัยแนวคูดักรถถังหลบหนีเข้าไทย สารภาพจ่ายนายหน้า 7,800 บาท เตรียมไปรับจ้างทำสวนทุเรียนในจังหวัดตราด
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 69 เวลา 02.00 น. กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2) ภายใต้การอำนวยการของ น.อ.วีระเชษฐ์ ขยันทำ หัวหน้าชุดควบคุมฯ ได้สั่งการให้กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 523 (บ้านบึงชนังล่าง) นำโดย ร.ท.สุบิน ระวังภัย ผบ.ร้อยฯ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านแปลง ทำการจับกุมชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 4 ราย (ชาย) บริเวณพิกัด 48P TV23725 47022 (แนวคูดักรถถัง) ม.4 บ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติกัมพูชา) เข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” สำหรับพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 01.00 น. ชุดปฏิบัติการข่าวและเจ้าหน้าที่ทหารพราน
ร้อย.ทพ.นย.523 ได้ทำการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณระหว่างฐานปฏิบัติการที่ 5 และ 6 ม.4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ต่อมาได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะมีพิรุธต้องสงสัย จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ทหารเข้าทำการตรวจสอบบุคคลทั้ง 4 ราย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาทั้งหมด และสามารถสื่อสารภาษาไทยได้พอสมควร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปยังกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินบ้านบึงชนังล่าง และประสานเจ้าหน้าที่ ตม.จันทบุรี และตำรวจ สภ.บ้านแปลง ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดพระตะบอง ลักลอบข้ามเข้ามาในประเทศไทยตามเส้นทางระหว่างหลักเขต 53-54 (ต้นมะขาม) เพื่อไปทำงานรับจ้างทำสวนทุเรียนในพื้นที่จังหวัดตราด โดยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าเป็นเงินจำนวน 7,800 บาท (ซึ่งนายจ้างเป็นผู้สำรองจ่ายให้ล่วงหน้า) โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินการจัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และ 23 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








