ป.ป.ช.สกลนคร บูรณาการร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัด ตำรวจภูธร ตำรวจทางหลวง และสถานีด่านชั่งน้ำหนัก ตั้งด่านตรวจเข้มรถบรรทุกผิดกฎหมาย มุ่งปราบปราม 4 ความผิดหลัก ได้แก่ บรรทุกไม่คลุมผ้าใบ วิ่งแช่ขวา ดัดแปลงสภาพรถ และบรรทุกน้ำหนักเกิน เพื่อลดอุบัติเหตุและป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างถนน
วันที่ 8 มิ.ย.69 ที่ป้อมยามตำรวจ สภ.ขมิ้น บริเวณหน้าโรงเรียนนดงมะไฟวิทยา ถนนนิตโย ต.ขมิ้น อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร นางสาวมญชุ์ญาณิศ พงศ์เพชรดิถ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้ นายสัญญา แก่นจำปา เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสกลนคร สนธิกำลังบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานขนส่งจังหวัดสกลนคร, สถานีตำรวจภูธรตำบลขมิ้น, สถานีด่านชั่งน้ำหนักจังหวัดสกลนคร และสถานีตำรวจทางหลวงจังหวัดสกลนคร ลงพื้นที่ตั้งด่านตรวจร่วมเพื่อปราบปรามและป้องกันรถบรรทุกกระทำผิดกฎหมาย โดยด่านหน้าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรขมิ้น เจ้าของพื้นที่และตำรวจทางหลวง ถัดมาจึงจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่ง สุดท้ายจึงจะเป็นการชั่งน้ำหนัก หากพบว่ากระทำผิดตาม พรบ.นส่วนใดก็จะเข้าสู่การเปรียบเทียบปรับ
นายสัญญา แก่นจำปา กล่าวว่า การตั้งด่านตรวจดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก และ พ.ร.บ. จราจรทางบก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหารถบรรทุก ซึ่งปัจจุบันถือเป็นปัญหาใหญ่ในภาพรวมของประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การกวดขันและตรวจตรา ฐานความผิดหลัก 4 ประการ ที่มักสร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อส่วนรวม ได้แก่ 1.การบรรทุกสิ่งของโดยไม่คลุมผ้าใบ ปัญหานี้มักพบมากในกลุ่มรถบรรทุกหินและทราย ซึ่งส่งผลให้ถนนสกปรก และมีเศษสิ่งของตกหล่นใส่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น จนเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง 2.การขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย (วิ่งแช่ช่องทางขวา) ก่อให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดเนื่องจากรถคันอื่นแซงได้ยาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน 3.การดัดแปลงสภาพรถและส่วนควบโดยผิดกฎหมาย และ 4.การบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทำให้ถนนชำรุดทรุดโทรมและพังเสียหายเร็วกว่าอายุการใช้งานจริง








