ริมถนนสายสกลนคร–อุดรธานี บริเวณบ้านพันนา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เป็นที่ตั้งของ “กู่พันนา” หรือ “ปราสาทขอมบ้านพันนา” โบราณสถานสำคัญที่สะท้อนร่องรอยอารยธรรมขอมโบราณอายุกว่าพันปี และนับเป็นหนึ่งในมรดกทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของจังหวัดสกลนคร
กู่พันนาอยู่ห่างจากตัวอำเภอสว่างแดนดินประมาณ 11 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองสกลนครราว 70 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ท่ามกลางทุ่งนาอันกว้างใหญ่ สร้างความน่าอัศจรรย์ใจให้กับผู้มาเยือน เนื่องจากปราสาทแห่งนี้ก่อสร้างด้วยหินศิลาแลงจำนวนมาก ทั้งที่พื้นที่โดยรอบเป็นนาดินร่วน
โบราณสถานแห่งนี้ประกอบด้วยปราสาทประธานทรงสี่เหลี่ยมก่อมุข มียอดเดียว สร้างด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีวิหารตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ รอบตัวปราสาทล้อมด้วยกำแพงศิลาแลง พร้อมโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก
บริเวณด้านนอกกำแพงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ยังมีสระน้ำโบราณ หรือ “บาราย” ตามคติความเชื่อของขอมโบราณ ลักษณะเป็นสระสี่เหลี่ยมผืนผ้า กรุด้วยศิลาแลงเป็นชั้น ๆ ซึ่งชาวบ้านระบุว่ามีน้ำขังตลอดทั้งปี จากหลักฐานทางโบราณคดี ระบุว่า กู่พันนาสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 หรือช่วง พ.ศ. 1701–1800 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็น “อโรคยศาล” หรือสถานพยาบาลประจำชุมชน ตามแนวคิดการพัฒนาสาธารณสุขในยุคนั้น
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนกู่พันนาเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2478 และในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถาน จนค้นพบโบราณวัตถุสำคัญหลายชิ้น อาทิ เศียรพระวัชรธร ชิ้นส่วนพระโพธิสัตว์วัชรปาณีทรงครุฑ พระยมทรงกระบือ และชิ้นส่วนพระกรของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งล้วนเป็นประติมากรรมในพุทธศาสนานิกายมหายาน ศิลปะเขมรแบบบายน
กู่พันนาถือเป็นหนึ่งในกลุ่มปราสาทขอมสำคัญของจังหวัดสกลนคร ร่วมกับปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ปราสาทพระธาตุดูม และปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง โดยยังคงปรากฏสภาพค่อนข้างสมบูรณ์และสะท้อนเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมขอมโบราณได้อย่างชัดเจน ปัจจุบัน กู่พันนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้รักประวัติศาสตร์ โดยมีผู้เดินทางมาเยี่ยมชม ศึกษา และถ่ายภาพเช็กอินกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี








