กรณีปรากฏคลิปวิดีโอทหารกัมพูชาลาดตระเวนบริเวณบันไดทางขึ้นปราสาทคนา ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ กลายเป็นประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ภาพระบุว่ามีกำลังทหารกัมพูชาเคลื่อนไหวในพื้นที่ใกล้แนวที่ฝ่ายไทยเคยเข้าควบคุม ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตถึงสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน
โดยในคลิปดังกล่าว มีการระบุว่าทหารกัมพูชาได้เดินลาดตระเวนบริเวณบันไดทางขึ้นปราสาทคนา เพื่อสำรวจเส้นทางขึ้นพื้นที่ ตรวจภูมิประเทศ และสอดส่องความเคลื่อนไหวของทหารไทยในพื้นที่โดยรอบ อีกทั้งมีการตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยปฏิบัติการและเข้าควบคุมไว้หลังเหตุการณ์การสู้รบก่อนหน้านี้ กระแสในโลกออนไลน์ยังมีการตั้งคำถามว่า เหตุใดกำลังทหารกัมพูชาจึงสามารถปรากฏตัวใกล้พื้นที่ดังกล่าวได้ ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันว่าอยู่ในเขตควบคุมของตน ทำให้เกิดการถกเถียงและจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ โดยพบกับนายวีรวัฒน์ พันธุ์ศิลป์ อดีตผู้ใหญ่บ้านแนงมุด ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่ปราสาทคนา
นายวีรวัฒน์ ระบุว่า จากการประเมินสถานการณ์เชื่อว่าอาจเป็นกำลังทหารชุดใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาประจำการในพื้นที่ชายแดน และมีการลาดตระเวนเพื่อสำรวจเส้นทาง ภูมิประเทศ และลักษณะพื้นที่โดยรอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางกำลัง หากเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดหรือการปะทะในอนาคต ทั้งนี้ลักษณะการเคลื่อนไหวในช่วงนี้มีความถี่มากขึ้น และอาจเป็นการสอดแนมความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทย เพื่อประเมินความพร้อมของแนวกำลัง โดยบางจุดมีลักษณะการเข้าพื้นที่ใกล้แนวชายแดนมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นกำลังชุดใหม่ที่ยังไม่คุ้นชินพื้นที่ นอกจากนี้ ยังระบุว่า ในบางพื้นที่มีการสร้างบังเกอร์และฐานปฏิบัติการของฝั่งกัมพูชาใกล้แนวปราสาทคนา ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมในเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงพยายามดำเนินชีวิตตามปกติ แต่มีความระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ชาวบ้านในพื้นที่บางส่วนเปิดเผยว่า แม้จะรู้สึกกังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากเคยมีประสบการณ์อพยพมาแล้วถึง 2 ครั้ง จึงมีการเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา ทั้งการจัดเก็บสิ่งของจำเป็นและรอการแจ้งเตือนจากภาครัฐ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังเรียกร้องให้ภาครัฐและกองทัพดำเนินมาตรการที่ชัดเจน หากเกิดเหตุความตึงเครียดซ้ำอีกครั้ง โดยมีข้อเสนอให้จัดการสถานการณ์ให้ “จบในรอบต่อไป” เพื่อป้องกันการยืดเยื้อ พร้อมสะท้อนว่าฝั่งกัมพูชามีการวางกำลังและสร้างบังเกอร์ในบางจุดใกล้พื้นที่พิพาท
ในด้านโบราณสถาน ชาวบ้านยังแสดงความหวังว่าในอนาคต หากสถานการณ์สงบลง ปราสาทคนาจะสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เนื่องจากเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรแล้ว ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในระดับหนึ่งให้กับชุมชน
ด้านกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกชี้แจงผ่านเพจทางการ พร้อมเผยแพร่ภาพประกอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า กรณีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ปราสาทคนา กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า พื้นที่บริเวณปราสาทคนาอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย โดยได้จัดกำลังเข้าควบคุมพื้นที่และภูมิประเทศสำคัญไว้อย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงอย่างเข้มงวดตลอดแนวชายแดน
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ฝ่ายไทยได้ดำเนินการทำลายกระเช้าลำเลียงกำลังพลและสิ่งอุปกรณ์ รวมถึงเผาทำลายบันไดไม้ในบางส่วนจากจุดด้านบนลงมายังจุดพักกลาง ระยะทางประมาณ 250 เมตร เพื่อจำกัดเส้นทางการเข้าถึงพื้นที่สำคัญ ส่วนบันไดไม้ที่ยังคงเหลืออยู่อีกช่วงหนึ่ง เป็นเส้นทางจากจุดพักกลางลงไปยังพื้นที่ด้านล่าง ระยะทางประมาณ 200 เมตร ซึ่งอยู่ในเขตฝั่งกัมพูชา และเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการ ใช้ควบคุมเส้นทางขึ้น–ลงในพื้นที่ดังกล่าว
กองทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า คลิปที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เป็นภาพบริเวณฝั่งกัมพูชา และยังไม่พบหลักฐานว่ามีกำลังพลฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่หน้าผาด้านบนซึ่งอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทยแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ยังคงจัดกำลังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง มีการติดตั้งลวดหนามตามแนวหน้าผา จัดจุดตรวจ และเสริมความแข็งแรงของที่มั่น เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น ท้ายที่สุด กองทัพภาคที่ 2 ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวทางราชการ ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน พร้อมยืนยันความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลัง








