คณะทำงานศึกษาและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ พบข้อมูลน่าตกใจ หลังตรวจปัสสาวะนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 100 คน พบสารเสพติดถึง 30 ราย มีนักเรียนหญิงเกือบครึ่ง ขณะที่อดีตผู้เสพวัย 19 ปีเผย เด็กเริ่มเสพยาตั้งแต่ชั้น ป.6 สะท้อนวิกฤตยาเสพติดลุกลามสู่เยาวชนอย่างน่ากังวล
วันที่ 3 มิ.ย.69 นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ โฆษกคณะกรรมาธิการการกฏหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ในฐานะ ประธานคณะทำงาน พิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปราม เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม ได้ลงพื้นที่ประชุมหารือแนวทาง รับฟัง ประมวลผลเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จากที่ปรึกษาประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปราม เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม
พร้อมกับลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนผู้บำบัดยาเสพติด และศึกษาโครงการพฤตินิสัยผู้ถูกควบคุมความประพฤติ ระยะเวลา 15 วัน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ค่ายรู้...รัก (Sense and Love) รุ่นที่ 1 ที่อุทยานธรรม อตุโลสำราญนิเวศน์ บ.อาโพน ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ จากนั้นได้ลงพื้นที่ไปยังกองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.สุรินทร์ เพื่อเยี่ยมเยียนผู้เข้าร่วมสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กรมการปกครอง ซึ่งมีระยะเวลาในการฟื้นฟูสมรรถภาพ จำนวน 120 วัน
สถานที่แห่งนี้ดำเนินงานตามหลักสูตรเฉพาะกิจของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ ช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อไม่ให้กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดซ้ำ กิจกรรม เป็นการปรั สภาพแวดล้อมและฝึกระเบียบวินัย โดยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จะคอยดูแลและสนับสนุนการฝึกอบรมตลอดระยะเวลาเครือข่ายความร่วมมือ นอกจากทางกองร้อย อส. แล้ว จังหวัดสุรินทร์ ยังบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลและช่วยเหลือผู้เข้ารับการบำบัดอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ของประธานคณะทำงาน พิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปาม เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม ในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากปัญหายาเสพติดในสังคมไทยปัจจุบัน ทวีความรุนแรงและลุกลามอย่างหนัก จนถูกยกระดับจากปัญหาสังคมทั่วไปขึ้นเป็น "ภัยความมั่นคงของชาติ" โดยมีผู้เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดสูงถึงเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งด้านอาชญากรรม เศรษฐกิจ และสาธารณสุขโครงสร้างและมิติความรุนแรงของปัญหายาเสพติดที่ลุกลามในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ในห้วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุฆาตกรรม จากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เกิดจากภาวะหลอนทางจิตประสาท อยู่บ่อยครั้ง
ทั้งนี้ นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ ประธานคณะทำงาน พิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปราม เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม ได้ลงพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่ในวันที่ 5-6 มิ.ย.69 นี้ คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา จะลงพื้นที่มาศึกษาดูงาน เรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่ จ.สุรินทร์ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับผู้ว่าราชการ จ.สุรินทร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 หรือผู้แทน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุรินทร์ ผู้บัญชาการมลทลทหารบกที่ 25 ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.สุรินทร์ ยุติธรรม จ.สุรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ จ.สุรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.สุรินทร์ ปลัด จ.สุรินทร์ นายอำเภอ ทุกอำเภอใน จ.สุรินทร์ ท้องถิ่น จ.สุรินทร์ นายก อบจ.สุรินทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับประเด็น สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ จ.สุรินทร์ แผนงานและโครงการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดของ จ.สุรินทร์ ประจำปี 2569 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านยาเสพติดของหน่วยงาน
ทั้งนี้ ระหว่างที่นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ ประธานคณะทำงาน พิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปราม เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม ได้ลงพื้นที่ไปยังกองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.สุรินทร์ เพื่อเยี่ยมเยียนผู้เข้าร่วมสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กรมการปกครอง ก็ได้พบและพูดคุยกับชายวัย 59 ปี ที่เคยเสพยาเสพติดจนฤทธิ์ยาทำลายประสาท ก่อนเข้าร่วมฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งถือว่าเป็นผู้เสพที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม และอีกราย เป็นเยาวชนชาย วัย 19 ปี ชาว อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ที่เคยเสพยาจนฤทธิ์ยาทำลายประสาท ที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มเช่นกัน
โดยเยาวชนชายวัย 19 ปี เปิดเผยข้อมูลกับนายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ ประธานคณะทำงาน พิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปราม เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม ว่า ตนสมัครใจมาผู้เข้าร่วมสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง มาอยู่ที่นี่กินข้าวได้ ตนจบ ป.6 เรียนถึงแค่ ม.2 ครึ่ง ต่อยกันกับครู ก็เลยลาออก ตอนนี้เรียน กศน. ไม่อยากเข้ามาอีกแล้ว แม่ตนมาเยี่ยมบ่อย ตนเสพยาตั้งแต่อายุ 14 ปี ตอนนี้อายุ 19 ปีแล้ว เลิกเรียนก็เสพมาเลย ตนความจำดี แต่ยาทำให้ลืม เพราะสมองถูกทำลายจากยา พอมาบำบัดได้ทานยา ก็ทำให้สมองฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆ เริ่มดีขึ้นแล้ว หมอให้ทานยา 1 ปี เพื่อให้สมองฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว พอแล้ว ทุกวันนี้ยายังเยอะเหมือนเดิม แม่มาก็บอกว่าคนข้างบ้านพึ่งโดนจับยาไปร้อยกว่าเม็ด ยามีทุกที่ มาจากทุกภาค ตอนเสพตนเอายามาต่อจากรุ่นพี่ภายในหมู่บ้าน เขาก็เอาต่อมาอีกที ในโรงเรียน เด็กนักเรียนก็เสพกันเยอะ ตนก็เคยขายให้เด็กนักเรียน มีตั้งแต่ ป.6 ก็เริ่มเสพกันแล้ว แก้ไขปัญหายาก เด็กมึนด้วย ขนาดโรงเรียนใหญ่ ๆยังห้ามไม่ได้ ครูจะไม่รู้ว่าเสพเพราะเด็กจะแอบเสพในห้องน้ำ เวลาซื้อก็แอบออกจากห้อง เยาวชนชายวัย 19 ปี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ปัญหายาเสพติดได้ลุกลามไปถึงเยาวชน ซึ่งเป็นนักเสพหน้าใหม่ โดยมีกลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นมาจนถึงชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย โดยช่วงอายุที่ลองผิดลองถูก จะอยู่ในช่วงมัธยมต้น อายุระหว่าง 12-15 ปี
ทั้งนี้มีข้อมูลจากโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ได้นำเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ชอบหนีเรียน จำนวน 100 คนทั้งชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย มาร่วมโครงการอบรมของทางอำเภอ ก่อนจะทำการตรวจหาสารเสพติด (ยาบ้า)ในปัสสาวะ ก็ต้องพบกับผลตรวจที่เป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่ง ในจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหญิงและชาย 100 คน พบสารเสพติดเกือบ 30 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้หญิงเกือบครึ่ง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโรงเรียนแห่งหนึ่งเท่านั้น
อย่างไรก็ตามโรงเรียนดังกล่าว ผู้บริหารสถานศึกษา ได้เปิดใจและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี แต่ยังมีสถานศึกษาอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่เปิดใจให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปจัดโครงการตรวจตรวจหาสารเสพติด (ยาบ้า)ในปัสสาวะกับเยาวชนนักเรียน เนื่องจากเกรงจะเสียชื่อเสียงต่างๆ
ซึ่งนายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ ประธานคณะทำงาน พิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปราม เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม จะได้นำปัญหาดังกล่าว เข้าหารือกับ คณะทำงาน พิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปราม เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนที่เป็นนักเสพหน้าใหม่ เพื่อตัดวงจรผู้เสพ ตั้งแต่ต้นน้ำต่อไป








