ยโสธรเปิดตัวฟาร์มสเตย์ เฟส 2 ชูอัตลักษณ์เกษตรอินทรีย์ – วิถีอีสาน ลบภาพจำเมืองทางผ่าน มุ่งสู่หมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืน
วันที่ 28 พ.ค.69 ที่สวนหมากฟาร์มสเตย์ บ้านพืชคาม ตำบลไทยเจริญ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัว โครงการฟาร์มสเตย์ เฟส 2 สานต่อความสำเร็จในการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่ระดับสากล หวังดึงเม็ดเงินกระจายสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมีคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า ยโสธรเป็นเมืองที่มีศักยภาพและมีของดีซ่อนอยู่มากมาย ทางจังหวัดจึงพยายามร้อยเรียงจิ๊กซอว์ทางการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ จากความสำเร็จอย่างล้นหลามของโครงการฟาร์มสเตย์ในเฟสแรก ซึ่งมีต้นแบบที่ร่วมขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์และการเรียนรู้จริงจนสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น นาจันทร์สว่างฟาร์มสเตย , บ้านสวนเพิ่มสุข โฮมคาเฟ่สไตล์งานคราฟท์จากโคกหนองนา, ไร่นุชรินทร์ ฟาร์มสเตย์ที่พักมาตรฐาน Organic Thailand และสวนเห็ดดีรวยฟาร์มสเตย์ที่ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ดกว่า 40 ครอบครัว ซึ่งแต่ละแห่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารพื้นบ้านและวิถีชีวิตอีสานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนสามารถเปิดประตูบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวและสร้างความประทับใจมาแล้ว
โดยในเฟสที่ 2 นี้ จังหวัดยโสธรจึงไม่รอช้าที่จะขยายผลความสำเร็จ โดยจับมือร่วมกับภาครัฐและเอกชนเพื่อยกระดับมาตรฐานฟาร์มสเตย์ให้ก้าวสู่ความเป็นสากลบนพื้นฐานของความยั่งยืน ทั้งด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ และการบริการที่เข้าถึงหัวใจนักท่องเที่ยว เพื่อลบคำว่าเมืองทางผ่านอย่างสิ้นเชิง สำหรับการเปิดตัวเฟสใหม่นี้ จังหวัดยโสธรได้คัดสรรฟาร์มสเตย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่น เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวสายสโลว์ไลฟ์และคนรักสุขภาพ ได้แก่ บ้านสวนหมากฟาร์มสเตย์ (อ.ไทยเจริญ) มรดกแห่งการพึ่งตนเองกับวิสัยทัศน์พ่อปลูกลูกสานต่อ ที่หากใครมาสถานที่แห่งนี้จะได้พบเห็นและเรียนรู้เกี่ยวกับระบบเมล็ดพันธุ์หมากและมะพร้าว ที่ปัจจุบันมีการส่งออกไปขายต่างประเทศ หรือสัมผัสกับระบบบริหารจัดการน้ำที่มีมากถึง 25 บ่อ เพื่อกระจายความชุ่มชื้นไปทั่วพื้นที่ 3 โซนหลัก คือส่วนที่พัก สวนเกษตรผสมผสานที่มีไม้ผลและไม้เศรษฐกิจล้ำค่าอย่างต้นพยุง มะฮอกกานี และโซนปศุสัตว์ที่เป็นพื้นที่เลี้ยงวัว เป็ด และบ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่เป็นมากกว่าการพักผ่อน เพราะจะได้องค์ความรู้กลับไปเปลี่ยนชีวิต ผ่านกิจกรรม Kitchen Workshop ปรุงอาหารต้นทางด้วยตนเอง, การเดินออกกำลังกายเบาๆ เก็บผักสดจากต้น (Edible Walk) ตลอดจนกิจกรรมแบ่งปันความรู้ เช่น การปลูกผักในเข่งพลาสติกสำหรับคนเมือง และการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ตามมาด้วย ฟาร์มฝรั่งหลังคาแดง / ฟาร์มสเตย์เรดรูฟ (อ.กุดชุม) เกษตรแม่นยำและสโลว์ไลฟ์ใต้หลังคาแห่งความอบอุ่น ที่พลิกโฉมฟาร์มปศุสัตว์แบบเดิมๆ สู่แหล่งเรียนรู้เกษตรแม่นยำและการจัดการอย่างมืออาชีพ โดดเด่นด้วยการเลี้ยงหมูหลุม ไก่ไข่ และเป็ด แบบไร้กลิ่นรบกวน 100% ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบ
บรรยากาศบ้านสวนใต้หลังคาแดงเป็นเอกลักษณ์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความอบอุ่นและการต้อนรับแขกทุกคนเหมือนคนในครอบครัว นักท่องเที่ยวสามารถนั่งตกปลาชิลๆ ริมบ่อ หรือผ่อนคลายในห้องพักที่อบอุ่นเหมือนมานอนบ้านเพื่อนสนิท ตื่นเช้าสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมสวน และใช้เวลาช้าๆ กับธรรมชาติ ที่สำคัญมีเมนูเด็ด Farm to Table ที่พร้อมยกระดับสู่การเป็นจุดเช็คอินความอร่อย เพราะนำวัตถุดิบอินทรีย์สดใหม่ ปลอดสารเคมี ทั้งจากในฟาร์มและเครือข่ายชุมชนมาเสิร์ฟ โดยมีเมนูไฮไลต์อย่างหมูหลุมเสียบไม้ย่าง สูตรเฉพาะของฟาร์ม รสชาติหอมนุ่ม ย่างสดๆ ท่ามกลางบรรยากาศบ้านสวนที่ทำให้ใครมาก็อยากกลับมาอีก และฟาร์มสเตย์ บ้านไร่กาแฟ (อ.ค้อวัง) จุดเช็คอินธรรมชาติและสัตว์เลี้ยงแปลกใหม่ ที่เป็นหมุดหมายใหม่ในพื้นที่อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร ที่ได้ผสมผสานความร่มรื่นของสวนป่าเข้ากับวิถีเกษตรท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและครอบครัว ผ่อนคลายไปกับทัศนียภาพของคาเฟ่ ร้านอาหาร และที่พักวิวธรรมชาติ โอบล้อมด้วยสวนยางนา ป่าเห็ดละโงก และเพลิดเพลินกับผลไม้ตามฤดูกาลจากสวนผักอินทรีย์
ที่สำคัญยังจะได้ตื่นตากับความน่ารักและสัมผัสวิถีชีวิตสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด อาทิ วัวป่า ม้าแคระ และควายแคระ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์เด่นที่เติมเต็มความสุขให้แก่ผู้มาเยือน ซึ่งโครงการฟาร์มสเตย์ เฟส 2 นี้ เราเน้นคุณภาพและการบริการที่เข้าถึงหัวใจนักท่องเที่ยว ต่อยอดจากฐานรากที่เข้มแข็งในเฟสแรก เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้รับความประทับใจกลับไป และที่สำคัญคือทำให้ชาวบ้านมีรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน ตามวิถีชาวยโสธร จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่านได้มาสัมผัสกับโฉมใหม่ของการท่องเที่ยวจังหวัดยโสธร ที่จะทำให้คุณหลงรักวิถีเกษตรอินทรีย์และวัฒนธรรมอีสาน จนลืมคำว่าทางผ่านอีกต่อไป








