ยโสธรเดินหน้ามาตรการเข้มด้านความมั่นคง ผู้ว่าฯ สั่งตรวจปัสสาวะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ 68 คนทั้งห้องประชุม หลังมอบนโยบาย 9 ประเด็นร้อนด้านความมั่นคง ผลตรวจไม่พบสารเสพติด สร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายปราบยาเสพติด
วันที่ 26 พ.ค.69 ที่หอประชุมจังหวัดยโสธร ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นั่งเป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายสำคัญเร่งด่วนในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูง อาทิ นายวิเชียร สุดาทิพย์ ปลัดจังหวัดยโสธร นายแพทย์ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) และลูกจ้างในสังกัดที่ทำการปกครองจังหวัดยโสธรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นทันทีหลังเสร็จสิ้นการมอบนโยบาย เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรโชว์ความเด็ดขาดตามสโลแกน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล สั่งการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนทันทีแบบไม่ให้ตั้งตัว รวมทั้งสิ้น 68 ราย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งผลการตรวจปรากฏว่าไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใดทั้ง 68 ราย ถือเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานด้านความมั่นคงที่โปร่งใสและสัมฤทธิผลในเชิงสัญลักษณ์อย่างแท้จริง สำหรับการประชุมและมอบนโยบายในครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดับประเทศ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ที่เป็นการระดมสมองแยกกลุ่มภูมิภาค เพื่อสแกนและแก้ไข 9 ประเด็นร้อน ด้านความมั่นคง ประกอบด้วย ด้านการบุกรุกที่ดินสาธารณะ ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ด้านธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี) ด้านยาเสพติด ด้านการฟอกเงิน ด้านผู้มีอิทธิพล ด้านหนี้นอกระบบ ด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และด้านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง
นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า สโลแกน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล จะไม่มีความหมายเลย หากผู้ถือกฎหมายและผู้บังคับใช้กฎหมายยังไม่สะอาดพอ การตัดสินใจสั่งตรวจปัสสาวะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทั้ง 68 คน ทันทีหลังเสร็จสิ้นการประชุม จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ทรงพลังไปยังทุกภาคส่วนว่า ยโสธรยุคนี้จะขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงด้วยการปฏิบัติจริง เริ่มต้นจากความโปร่งใสภายในองค์กร เพื่อสร้างความศรัทธาและความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป








