เกษตรจังหวัดยโสธรจัดงานสาธิตการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้มีความรู้และทักษะในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในแปลงของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 20 พ.ค.69 นายนพดล ผุดผ่อง เกษตรจังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธีเปิดงานสาธิตการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ ภายใต้โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ แปลงเกษตรกรบ้านโนนป่าข่า หมู่ที่ 8 ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร โดยมี นางสาวจันทราพร ประธาน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร กล่าวรายงาน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้มีความรู้และทักษะในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในแปลงของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 100 คน ประกอบด้วยเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2569 ในพื้นที่ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมสถานีเรียนรู้ จำนวน 4 สถานี ได้แก่ 1) การผลิตและการจัดการแปลงมันสำปะหลังอินทรีย์ 2) มาตรฐานการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ 3) เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ และ 4) โรคและแมลงศัตรูมันสำปะหลัง เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือจาก นายลำพงษ์ บุญน้อม ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ ผู้นำชุมชน สำนักงานเกษตรอำเภอไทยเจริญ กลุ่มอารักขาพืช หน่วยงานภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และห้างหุ้นส่วนจำกัด คูโบต้า ยโสธร เลาเจริญ
นายนพดล ผุดผ่อง กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรรม ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยการพัฒนาการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เสริมสร้างความเข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตนเองได้
ปัจจุบัน ระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์เป็นแนวทางที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลของธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์และสิ่งที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผลผลิตมีความปลอดภัยต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค สอดคล้องกับกระแสรักสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์มีแนวโน้มเติบโตในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง








