วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง สวนทุเรียนในพื้นที่ หมู่ 8 ต.อ่างคีรี อ.มะขาม จ.จันทบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับแจ้งจากเจ้าของสวนว่า รอดจากพายุรอบที่แล้วไม่วาย มีฝูงกระรอกป่า แอบย่องเจาะเช็กเนื้อ ผลทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมี่ยม เกรดส่งออก ที่จะตัดได้ในอีก 10 ข้างหน้า ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นางทองคำ สิงขรณ์ อายุ 69 ปี เจ้าของสวนทุเรียนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ เปิดเผยว่า ตนเองปลูกทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองมานานกว่า 7 ปี จนปีนี้ทุเรียนออกลูกดกเต็มต้นและมีคุณภาพดีเยี่ยม เป็นไซต์พรีเมี่ยมสำหรับส่งออกเกือบทั้งต้น ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่เกิน 10 วันเท่านั้นก็จะถึงกำหนดตัดขาย แต่ปรากฏว่าต้องมาเจอวิกฤตที่คาดไม่ถึง
จากการตรวจสอบพบว่ามีทุเรียนหมอนทอง ที่ปลูกติดกับริมป่ารกร้าง และมีผลดกเต็มต้นถูก "ฝูงกระรอก" ย่องเข้ามาโจมตี โดยจากแผนบนเปลือก เผยให้เห็นชัดเจนว่า ฝูงกระรอกใช้วิธี "เจาะรูเพื่อเช็กเนื้อ" เข้าไปชิมพูทุเรียนที่กำลังแก่จัด ทำให้ทุเรียนเสียคุณภาพทันที โดยต้นเดียวถูกเจาะไปกว่า 10 ลูก น้ำหนักรวมเสียหายกว่า 70 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 10,000 บาท เสียดายมาก พายุมาเรายังป้องกันได้ ทุเรียนรอดจากลมแรงมาแล้วแท้ๆ แต่กลับมาโดนกระรอกย่องมาเช็กเนื้อจนพังไปหลักหมื่น เงินหมื่นสำหรับคนแก่ทำสวนมันเยอะมาก
สำหรับแนวทางแก้ไขเบื้องต้น ยายทองคำระบุว่าต้องเร่งมือป้องกันก่อนจะเสียหายไปมากกว่านี้ โดยการนำ "กับดักหนู" ไปวางไว้ตามกิ่งทุเรียนที่ติดผลดกๆ โดยใช้เนื้อทุเรียนสดเป็นเหยื่อล่อ นอกจากนี้ ยังใช้วิธีทางจิตวิทยาด้วยการ "จุดประทัด" ให้เกิดเสียงดังในช่วงเช้ามืดและช่วงพลบค่ำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่กระรอกจะออกจากป่าเข้ามาหากิน โดยเชื่อว่าเสียงประทัดจะทำให้พวกมันตื่นตกใจจนไม่กล้าเข้ามาในสวนอีกสักระยะ เพื่อประคองผลผลิตที่เหลือให้รอดพ้นไปจนถึงวันเก็บเกี่ยว
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความยากลำบากของชาวสวนจันทบุรี ที่ต้องแบกรับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งจากภัยธรรมชาติและสัตว์ป่าที่เข้ามาทำลายผลผลิตในห้วงเวลาสุดท้ายก่อนได้รับเงินรางวัลจากความเหนื่อยยากตลอดทั้งปี








