ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงกว่า 900 จุด ในวันพุธ (10 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ต่างปิดลดลงมากกว่า 1% โดยแรงขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ถูกกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กลับมาปะทุอีกครั้ง
โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,918.78 จุด ลดลง 953.33 จุด หรือ -1.87% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,266.99 จุด ลดลง 119.66 จุด หรือ -1.62% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,169.50 จุด ลดลง 509.32 จุด หรือ -1.98%
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดการเงินได้รับแรงกดดันอย่างหนัก หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯ อาจดำเนินการโจมตีอิหร่านอย่างหนักเพิ่มเติม เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่สหรัฐฯ เสนอ
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวอีกว่า อาจสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน หากอิหร่านยังล่าช้าในการตอบรับข้อตกลงดังกล่าว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันอังคาร (9 มิ.ย.) หลังมีรายงานว่าเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงตก ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดมากขึ้น และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกอย่างรุนแรง








