น้องนัททิววัย 7 ขวบจมสระน้ำปริศนา ชาวบ้านคาใจการเสียชีวิต ด้านแม่เปิดใจทุกรื่องทำไมรีบเผาลูกชายพบศพเช้าเผาบ่ายเพราะกลิ่นศพเริ่มเหม็น เป็นประเพณีตายโหงต้องรีบเผา ส่วนไม่ชันสูตรเพราะกลัวลูกเจ็บเ โวยนักข่าวอย่าถามจี้เห็นใจคนเสียใจมาก
วันที่ 26 เม.ย.69 จากกรณีน้องนัททิว อายุ 7 ขวบเสียชีวิตปริศนาที่สระน้ำในป่าอ้อยบ้านหนองกาโนนสิมมา ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดธานี โดยน้องหายตัวไปตั้งแต่เย็นวันที่ 23 เม.ย.69 ที่ผ่านมา จนมีชาวบ้านไปพบศพจมน้ำเสียชีวิตที่สระน้ำห่างจากบ้านไปประมาณ 2 กม. สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต มีรองเท้าสีฟ้า วางไว้ริมฝั่งของสระ ขณะที่กู้ภัยสงสัยไปดูที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวร ตร.สภ.บ้านดุง พบว่าไม่มีน้ำในปอด มีลมออกรูทวารหนัก และสภาพศพนอนหงายเสียชีวิต ซึ่งผิดวิสัยคนจมน้ำเสียชีวิตส่วนใหญ่จะนอนคว่ำ ต่อมาทางแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชบ้านดุง จะขอส่งศพชันสูตรต่อ แต่ปรากฎว่าแม่ของน้องนัททิว ไม่ยอมให้ไปไปผ่าชันสูตรอ้างน้องเสียชีวิตผิดธรรมชาติต้องรีบนำไปเผา โดยทราบว่าหลังจากญาติๆ นำร่างน้องไปถึงวัดทำพิธีทางศาสนารีบเผาทันที ท่ามกลางความสงสัยของชาวบ้านเป็นอย่างมาก ทำไมแม่รีบเผา ทำไมไม่ให้หมอผ่าชันสูตรศพ
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบบ้านของน้องนัททิว ที่บ้านโนนสิมมาอีกครั้ง พบว่าที่บ้านมีคุณแม่ พ่อเลี้ยงและญาติๆ เตรียมจัดงานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล โดยมีการเตรียมปราสาทตามความเชื่อชาวอีสาน ขณะที่น.ส.คำใหม่ แม่ของน้องก็มีการเก็บเสื้อผ้าที่พี่น้องเคยสวมใส่ทั้งหมด และกระเป๋านักเรียนเพื่อนำไปบริจาคเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้น้องนัททิว
น.ส.คำใหม่ แม่ของน้องนัททิว เปิดใจที่หลายคนสงสัยลูกตายทั้งคนดูไม่สลด คุณแม่บอกว่า แม่เสียใจมากที่ลูกชายเสียชีวิตร้องไห้แล้วร้องไห้อีก ส่วนที่แม่ไปออกข่าวว่าลูกชายคอหัก ซี่โครงหัก ไม่มีแน่นอน หมอไม่ได้บอกว่าลูกคอหัก ตร.สงสัยเฉยๆ เลยอยากเอาผ่าชันสูตร ส่วนแม่ไม่ได้พูดแบบนั้น หมอลงความเห็นว่า ลูกจมน้ำเสียชีวิต ส่วนที่แม่รีบเผาเพราะศพน้องมีกลิ่นและเป็นประเพณีของเราด้วยที่รีบเผา เราสะดวกพร้อมเผาเลย ส่วนที่ยังไม่เก็บกระดูกเพราะมันยังร้อนอยู่ ส่วนที่แม่ไม่ให้ไปผ่าชันสูตรตั้ง 3 วันแม่จะรอไหวหรอ แม่จะทำใจอย่างไร คิดถึงหัวอกแม่บ้าง หมอเขาจะผ่าตัวลูกชายแม่กลัวเขาเจ็บไหม จมน้ำก็กระอักแล้วไปผ่าพิสูจน์ลูกเราจะเจ็บแค่ไหน เราสงสารลูกแค่นั้น ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าลูกหายแล้วพ่อและแม่ไม่ตาม นักข่าวให้ข่าวใหม่ด้วย พ่อเลี้ยงไม่ได้ไปดูลูกเพราะสามีไป ยืนยันตามลูกอยู่ทุกวันจนเป็นลม ส่วนที่ชาวบ้านสงสัย เป็นปัญหาของชาวบ้านแล้วแต่ความคิดชาวบ้านแล้วไม่เกี่ยวกับแม่ห้ามความคิดชาวบ้านไม่ได้ ส่วนแม่ไม่ติดใจในการเสียชีวิต ไม่มีเงื่อนงำอะไรทั้งนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าดวงวิญญาณน้องรับรู้ได้อยากจะบอกอะไร แม่บอกว่ามารับแม่ไปอยู่ด้วยนักข่าวจะได้ไม่มาถามอีก ส่วนที่ว่าน้องกู้ภัย อันนั้นเราไม่รู้เป็นเรื่องไสยศาสตร์ความเชื่อของแต่ละบุคคล ส่วนที่ลูกชายไปตามสระน้ำเพราะชอบหาปลา แม่เคยไปหาสระน้ำบ่อยๆ เขาเลยไปเอง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนได้เดินทางมาพบกับแม่น้องนัททิว เพื่อเชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมหลังพบหลายปมสงสัย แต่แม่น้องฯ ไม่พอใจบอกตำรวจว่าตอนนี้ไม่พร้อมจะเอาอีกอะไรกับแม่ ไร้สาระ แม่ไม่ติดใจการเสียชีวิต คนอื่นไม่ใช่พ่อแม่ แค่นี้แม่ก็เหนื่อยวุ่นวายพอแล้ว ตร.ก็พยายามอธิบายว่าแม่ไปออกข่าวว่าน้องคอหัก ซี่โครงหัก แม่ไม่ได้พูด ตร.ขอเชิญไปสอบปากคำเพิ่ม แม่น้องนัททิวก็บอกว่า ไหนข่าวช่องไหนเอาไปออกไปเรียกนักข่าวคนนี้มาาที่หาว่าแม่พูดคอหักเอามาดูซิ แม่ไม่ได้รังเกียจนักข่าวนะ แม่ขอยุติแค่นี้ เป็นไปได้นักข่าวไม่ต้องมา นักข่าวไม่ต้องมา พอแล้วเด็กก็เผาไปแล้ว พวกคุณจะมาตอกย้ำอะไร ให้เราดำเนินชีวิตที่ไม่มีมลทินดีกว่าไหม ตร.ก็พยายามอธิบายให้คุณแม่เข้าใจเรื่องคุณแม่ไปสัมภาษณ์นักข่าวเป็นประเด็นสำคัญจะเป็นจริงแค่ไหนสุดท้ายจะเป็นอย่างไรค่อยพิสูจน์กัน สุดท้ายแม่น้องนัททิวจึงยอมเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ แต่โดยดี แต่ไล่ส่งนักข่าวว่าไม่ต้องมาหาแม่อีกนะนักข่าว วันเก็บกระดูกก็ไม่ต้องมา!!
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปวัดพบกับพระสนิท พินิจมนตรี หรือพระปุ้ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานนี้ (25 เม.ย.69) ได้รับกิจนิมนต์ไปประกอบพิธีหน้าเมรุและสวดมนต์เย็น โดยทราบเพียงว่าศพที่นำมาประกอบพิธีเป็นเด็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ เมื่อร่างถูกนำมาถึงวัดก็พักไว้เพียงช่วงสั้นๆ ก่อนดำเนินการฌาปนกิจทันที ไม่มีการตั้งบำเพ็ญกุศลหรือสวดอภิธรรมตามปกติแต่อย่างใด
ภายหลังเสร็จพิธีเผาศพ เช้าวันนี้ยังไม่มีญาติมาเก็บอัฐิ แต่เท่าที่ทราบ ญาติแจ้งว่าจะเดินทางมาเก็บกระดูกในวันพรุ่งนี้ (27 เม.ย.69) ซึ่งกรณีการฌาปนกิจอย่างเร่งด่วนโดยไม่มีพิธีบำเพ็ญกุศล กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตาและตั้งข้อสังเกตในคดีนี้








