เตือนภัยผู้ใช้งานแอปพลิเคชันหาคู่ หลังหญิงชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี วัย 47 ปี ออกมาเปิดเผยประสบการณ์สุดช้ำใจ ถูกชายที่รู้จักผ่านแอปหาคู่หลอกลวงจนสูญเงินกว่า 300,000 บาท พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่กำลังมองหาความสัมพันธ์ผ่านโลกออนไลน์เพิ่มความระมัดระวัง
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นางสาวแนนนี่” (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง หลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่ใช้แอปพลิเคชันหาคู่เป็นช่องทางในการเข้าหา ก่อนหลอกเอาเงินไปเป็นจำนวนมาก
นางสาวแนนนี่ เล่าว่า หลังหย่าร้างจากอดีตสามีและใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง ด้วยความเหงาจึงตัดสินใจดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหาคู่เพื่อหาเพื่อนพูดคุย กระทั่งได้รู้จักกับชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “หนุ่ม” อายุ 47 ปี ซึ่งมีภาพโปรไฟล์ดูดี น่าเชื่อถือ และอ้างว่าตนเองเป็นคนโสด ก่อนจะพูดคุยตีสนิทและนัดพบกันเมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนถึงวันนัดหมาย ชายคนดังกล่าวได้โทรศัพท์มาอ้างว่าแอปพลิเคชันธนาคารมีปัญหา ไม่สามารถชำระค่าน้ำมันรถได้ จึงขอให้ช่วยโอนเงินจำนวน 1,500 บาท ด้วยความเชื่อใจ คุณแนนนี่จึงโอนเงินให้ตามที่ร้องขอ
เมื่อพบตัวจริงกลับพบว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่ตรงกับภาพในโปรไฟล์ และดูมีอายุมากกว่าที่แจ้งไว้ แต่ฝ่ายชายยังคงพูดจาดีและชักชวนไปกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนด ระหว่างทางได้เริ่มขอให้ช่วยออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งค่าลอตเตอรี่ ค่าอาหาร และอ้างเหตุจำเป็นทางการเงินหลายครั้ง นอกจาากนี้ชายคนดังกล่าวยังขอดูยอดเงินในบัญชี และเมื่อเห็นว่ามีเงินเก็บอยู่จำนวนหนึ่ง ก็ได้หยิบโทรศัพท์มือถือไปจากมือ พร้อมขอให้สแกนใบหน้าเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน โดยอ้างว่ากำลังเดือดร้อนและขอยืมเงินไปหมุนเวียนงานชั่วคราว สุดท้ายมีการโอนเงินออกจากบัญชีหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 20,000 บาท
หลังจากนั้น ฝ่ายชายไม่ได้พาไปคำชะโนดตามที่ตกลงกันไว้ แต่กลับพาเข้ารีสอร์ตริมทางโดยอ้างว่าต้องการพักผ่อนจากการขับรถทางไกล ก่อนจะสร้างเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อขอเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการอ้างว่าทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ต้องใช้เงินเคลียร์งาน จ่ายค่าลูกน้อง หรืออ้างว่าจะไปรับเงินจำนวน 500,000 บาทจากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง แต่จำเป็นต้องมีเงินไปดำเนินการล่วงหน้า
นอกจากนี้ ยังพาผู้เสียหายเดินทางไปยังอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เพื่อพบหญิงสูงอายุรายหนึ่งซึ่งแนะนำว่าเป็นมารดาของตนเอง สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเรื่องราวต่าง ๆ ที่กล่าวอ้าง จนผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้หลายครั้ง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่คบหากัน คุณแนนนี่นำเงินเก็บส่วนตัว เงินสำหรับดูแลมารดาสูงอายุ รวมถึงเงินที่บุตรสาวส่งมาให้ใช้จ่ายในครอบครัวมามอบให้ทั้งหมด กระทั่งต้องนำทองคำเส้นสุดท้ายไปจำนำเพื่อนำเงินมาให้เพิ่มเติม ส่งผลให้มีมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 300,000 บาท
ภายหลังเมื่อเริ่มทวงถามเงินคืน ฝ่ายชายกลับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความ และใช้ถ้อยคำหยาบคายตอบกลับ ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวได้ให้นางสาวแนนนี่โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายหนุ่ม เพื่อสอบถามและทวงถามเงินที่นำไป โดยปลายสายยอมรับว่ายังไม่มีเงินคืนในขณะนี้ พร้อมระบุว่าอยู่ระหว่างพยายามหาเงิน และขอเวลาอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะทยอยชดใช้คืนให้ทั้งหมด โดยกล่าวเพียงว่า “ขอทำธุระก่อน ตอนนี้กำลังหาเงินอยู่ หากหาเงินได้แล้วจะโทรกลับ” อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนในการคืนเงินแต่อย่างใด
ด้านนายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียหายแล้ว และจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าชายผู้ถูกกล่าวอ้างเคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร โดยมีพฤติการณ์แอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียงเพื่อสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง ก่อนหลีกเลี่ยงการชำระเงิน และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่าบุคคลดังกล่าวเคยมีสถานะเป็นข้าราชการทหาร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นทางการว่า ปัจจุบันยังคงรับราชการอยู่หรือพ้นจากราชการแล้ว
ข่าวภูมิภาค








