หนุ่มอุดรธานีคลั่งยา อ้างเห็น “ปอบ” ก่อนใช้อาวุธมีดแทงป้าดับ ยังยิ้มระหว่างให้ปากคำ หลังเสพกัญชา ยาบ้า และสุรา ตำรวจแจ้งข้อหาหนักฆ่าผู้อื่น อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่
วันที่ 4 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงาความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่บ้านโนนสวรรค์ ต.เชียงยืนอ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากนายพรชัยหรือโน่ วัย 39 ปี คลั่งและหลอนยาหนัก ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายป้าและน้าสาวจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านโนนสวรรค์ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อเวลาประมาณ 10.31 น.วานนี้ (3 มิ.ย.69) ต่อมาเจ้าหน้าที่ตร.สายตรวจสภ.ห้วยหลวงพร้อมชาวบ้านได้ไล่จับนายโน่เอาไว้ได้ขณะหลบเข้าไปยังบ้านชาวบ้าน
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับนายพรชัย หรือ “โน่” ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ระหว่างถูกควบคุมตัว โดยพบว่าเริ่มมีอาการสร่างจากฤทธิ์ยาเสพติด ได้สติแล้วแต่คำพูดและความเชื่อที่ถ่ายทอดออกมายังคงสะท้อนอาการหลงผิดและความสับสนอย่างชัดเจน
นายโน่ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินมาเรียกให้ไปกินข้าว แต่ตนกลับมองเห็นอีกฝ่ายเป็น “ปอบ” ไม่ใช่มนุษย์ จึงตัดสินใจลงมือ โดยเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการช่วยปลดปล่อยและทำให้ผู้ตายได้ไปเกิดใหม่ พร้อมอ้างว่าที่ผ่านมาตนเคย “กำจัดปอบ” มาแล้วหลายรายในหมู่บ้าน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงที่มาของความเชื่อดังกล่าว นายโน่อ้างว่าไม่ได้เรียนวิชาอาคมจากที่ใด แต่เป็นความรู้ที่ได้รับจากธรรมะและ “เหล็กไหล” ที่ตนเชื่อว่ามีพลังคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างถูกจับกุม ทั้งที่อ้างว่ามีสิ่งคุ้มครอง เจ้าตัวตอบเพียงว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้พกเหล็กไหลติดตัวไว้
ระหว่างการพูดคุย นายโน่ยิ้มไปเหมือนไม่รู้สึกสลดใจกับการกระทำของตัวเอง และยอมรับว่าได้เสพยาบ้าในช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ และใช้มีดที่มีอยู่ภายในบ้านเป็นอาวุธ ส่วนการต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ขณะเข้าจับกุม เป็นเพราะเกิดความหวาดระแวงและเข้าใจว่าตนกำลังจะถูกทำร้าย จึงพยายามป้องกันตัว อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ ผู้ต้องหาได้กล่าวขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยอมรับว่าการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นความผิด แม้อ้างว่าตนไม่ได้มีเจตนาต้องการชีวิตของใครก็ตาม
ทางด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาแล้วในข้อหา “ฆ่าผู้อื่น” และ “พยายามฆ่าผู้อื่น” ก่อนควบคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดอุดรธานี โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่ยังมีลักษณะการพูดจาวกวน สับสน และมึนงงอยู่บ้าง จากแนวทางการสอบสวนพบว่า สาเหตุของเหตุการณ์น่าจะมาจากความขัดแย้งและความคับแค้นส่วนตัวที่สะสมมานาน ประกอบกับการเสพสารเสพติดหลายชนิด ทั้งสุรา ยาบ้า และกัญชา จนเกิดอาการหลอน หูแว่ว และหวาดระแวง คิดว่าผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้บาดเจ็บเป็นผู้แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่จับกุมตนในคดียาเสพติดเมื่อครั้งที่ผ่านมา
ผกก.สภ.เมืองอุดรธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง และเคยต้องโทษจำคุกประมาณ 1 ปี ก่อนจะพ้นโทษออกมา โดยยังคงมีความรู้สึกโกรธแค้นฝังใจต่อบุคคลที่เชื่อว่าเป็นผู้ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างเรื่องการจับปอบหรือการสะเดาะเคราะห์นั้น ตำรวจเชื่อว่าเป็นเพียงความคิดที่เกิดจากอาการหลอนและความหวาดระแวงจากฤทธิ์ยาเสพติด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สามารถนำมาอ้างเพื่อลดความรับผิดทางกฎหมายได้
ขณะเดียวกัน หลังชาวบ้านสะท้อนปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ ทางตร.ยืนยันว่าได้สั่งการให้ชุดสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปรามเร่งกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ค้ายารายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาแล้ว แต่ยังหลบหนีการจับกุมไปได้ ล่าสุดได้สั่งการให้ตำรวจปูพรมตรวจค้นพื้นที่เสี่ยงและเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของยาเสพติดและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน








