คลิปเดือดขอนแก่น รถพ่วงหัวร้อนขับปาดซ้ายขวากลางถนนมิตรภาพ อ้างถูกปาดหน้าก่อน ก่อนถือเหล็กลงจะเอาเรื่อง แต่คู่กรณียกมือไหว้ขอโทษ สุดท้ายยอมจบ แยกย้ายทำมาหากินต่อ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่นได้เผยแพร่ภาพจากเพจ “ชุมชนข่าวขอนแก่น” ซึ่งได้ โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถพ่วงคันหนึ่ง ที่ บันทึกเหตุการณ์ รถพ่วงอีกคันขับปสดซ้ายขวาเบื้อยเป็นงูอยู่กลางถนนมิตรภาพ สร้างความตกใจให้กับคนที่ใช้รถใช้ถนนอยู่ในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างมาก พร้อมข้อความระบุว่า “อาชีพเดียวกัน อะไรยอมได้อย่าไปยอม เหตุเกิดพื้นที่ อ.บ้านไผ่ ขอนแก่น ”พ่วงคันหน้า“ หาว่า ”พ่วงคันหลัง“ ปาดหน้า จังหวะออกตัวแยกไฟแดง “พ่วงคันหน้า” ขึ้นปาดหน้า “พ่วงคันหลัง” แล้วก็ตามคลิป คนขับ ”พ่วงคันหลัง“ ถือท่อนเหล็กลงไปกะบวก แต่ “พ่วงคันหน้า” ยกมือไว้ขอโทษ ส่วนแอดคันทั้งตัวเลย จบแยกย้าย ทำมาหากินต่อ #ชุมชนข่าวขอนแก่น“
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยได้พูดคุยกับ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี คนขับรถพ่วง ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะขับรถออกมาจาก อ.พล โดยเมื่อขับมาถึงเขต อ.บ้านไผ่ คู่กรณีก็ขับรถขึ้นมาด้านข้างแล้วบอกกับว่าตนเองไปปาดหน้า ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ตัวว่าไปขับรถปาดหน้าคู่กรณีตั้งแต่ตอนไหน และคู่กรณียังบอกอีกว่าจะปาดหน้าตนเองคืน ก่อนที่สัญญาณไฟเขียวขึ้นมาก็พากันออกตัว ซึ่งรถคู่กรณีพอออกตัวก็หักซ้ายบาทเข้ามาอยู่ที่หน้ารถตนเอง แล้วเบรคเหมือนตั้งใจจะให้ชนท้าย ตนเองจึงเบรคแล้วขับออกขวาแซงมา แล้วก็เป็นไปตามคลิป
"รถคู่กรณีขับปาดซ้ายปาดขวา ไม่สามารถแซงหนีไปได้ ตนเองจึงเกิดความโมโห ขับไล่ตามรถคู่กรณีวนอ้อม อ.บ้านไผ่ ซึ่งรถคู่กรณีได้ขับขึ้นเลนขวาบนถนนหลัก ตนเองวิ่งอยู่เลนคู่ขนานก่อนจะตัดสินใจขับขึ้นไปอยู่ข้างหน้าเพราะกลัวจะถูกคู่กรณีบีบเข้ามาอีก จนกระทั่งไปถึงสี่แยกไฟแดง ถนนมิตรภาพ และ เป็นจังหวะที่ไฟแดง ตนเองจึงลงจากรถด้วยความโมโหพร้อมกับท่อนเหล็ก ซึ่งตั้งใจว่าจะบวกทันที ตามที่มีอีกคลิปที่มีชาวบ้านถ่ายเอาไว้ ในใจตอนแรกตั้งใจจะเอาเรื่องเมื่อไปถึงคู่กรณียกมือไหว้ขอโทษแต่ไม่เปิดกระจกไม่เปิดประตู ซึ่งตนเองมองเห็นอ่านปากออกพูดในทำนองขอโทษพร้อมกับยกมือไหว้ จากอารมณ์ที่โมโหสุดขีดตอนนั้นจึงอ่อนลงมา"
นายเอ กล่าวต่อว่า ตนเองก็พยายามถามว่ามึงจะเอายังไงกับกูทำไมมึงไม่ลงมา แต่คู่กรณีก็ไม่ยอมลงจากรถ และในจังหวะนั้นก็เป็นช่วงที่ไฟเขียวรถกำลังจะปล่อยซึ่งรถของตนเองจอดขวางอยู่จึงรีบกลับไปที่รถแล้วขับออกไป เพื่อไปส่งของตามปกติ โดยไม่ได้มีเรื่องอะไรต่อกับคู่กรณีต่างคนต่างแยกย้ายไป และที่เห็นตนเองไม่ใส่เสื้อนั้น เนื่องจากเป็นช่วงที่ตนเองเพิ่งอาบน้ำเสร็จตอนเช้าแล้วก็ขับรถออกมา ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจึงถอดเสื้อขับโดยขับมาคนเดียวเพื่อจะไปส่งของให้บริษัทที่ทำงานอยู่ กระทั่งมาเจอเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งตนเองก็ขับมาปกติไม่คิดว่าจะไปปาดหน้าใคร และลืมตัวว่าตัวเองถอดเสื้ออยู่ เพราะความโมโหส่วนในมือไม่ใช่มีแต่แต่เป็นท่อนเหล็กที่อยู่ในรถ ซึ่งถือลงไปตั้งใจจะบวก และหลังจบเหตุการณ์ก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปไม่ได้เอาเลือกเอาเราอะไรกัน
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็อยากจะฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนน มีอะไรก็ควรใช้สติ พูดกันด้วยเหตุผล พูดคุยให้เข้าใจ ถ้าผิดก็พูดกันด้วยหลักฐานเปิดออกมาดู ถ้าผิดจริงตนเองก็พร้อมยอมรับพร้อมขอโทษ แต่มาทำนิสัยแบบนี้มันไม่ถูกต้อง และยิ่งทำงานอาชีพเดียวกันด้วยก็น่าจะคุยกันเจ้าใจได้ดี อย่างไรก็ตามตนเองยืนยันว่าขับมาไม่ได้ปาดหน้าใคร หรือขับมั่ว เพราะคนขับจะรู้จังหวะรู้ระยะรถของตัวเองดีอยู่แล้ว ว่าควรเข้าตอนไหน หรือตอนไหนจะเป็นระยะที่ปาดหน้า ไม่ใช่ว่าอยากจะเข้าอยากจะออกก็ทำทันที และเหตุการณ์นี้ก็ไม่รู้ว่าตนเองไปขับรถปาดหน้าคู่กรณีตอนไหนและตอนที่ขับมาก็ไม่พบเห็นรถคู่กรณีแต่อย่างใด มาเจออีกทีก็ตอนอยู่ไฟแดงที่คู่กรณีครับขึ้นมาบอกว่าตัวเองปาดหน้า ซึ่งนี่ก็เปิดกล่องแล้วก็ไม่มีจังหวะไหนที่ไปขับหน้าคู่กรณีแต่อย่างใด ไม่รู้ว่าคู่กรณีจะตั้งใจหาเรื่องตนเองหรือเปล่า ซึ่งก็อยากจะฝากคนใช้รถใช้ถนนอีกครั้งว่าขอให้ใช้สติเยอะๆและใจเย็นๆ และเหตุการณ์ในวันนั้นถือว่าตนเองใจเย็นสุดแล้วไม่เช่นนั้นรับรองได้เลยว่ารถคู่กรณีเละแน่"







