เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องฟ้าแดดสงยาง ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในการประชุมหารือมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด้านพลังงาน กรณี "ราคาน้ำมัน" โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และร่วมกันวางแผนกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการบรรเทาผลกระทบแก่ประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานผันผวน โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้แทนมูลนิธิ สมาคม ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้แทนภาคประชาสังคม เข้าร่วมประชุม
นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานโลก จังหวัดกาฬสินธุ์จึงได้จัดประชุมเพื่อปรึกษาหารือและกำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการควบคู่กับมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและสอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า แม้ว่าช่วงเช้าที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะชะลอการโจมตีอิหร่านออกไปสองสัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า หลังจากนั้นสถานการณ์จะเป็นอย่างไร จึงขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการประหยัดพลังงานในทุกมิติอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งในวันนี้ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงาน กำหนดแผนในการดำเนินมาตรการ Work from Home ทันทีในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงานในส่วนอื่น ๆ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและภาคเอกชน ให้ร่วมกันประหยัดพลังงานในรูปแบบเดียวกันปฏิบัติตามมาตรการประหยัดพลังงาน อาทิ ติดต่อราชการเส้นทางเดียวกันต้องไปด้วยกัน (Car Pool) เปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ 26 องศาเซลเซียส ช่วงเช้า เปิดใช้เวลา 09.00 น. ปิดเวลา 11.30 น. และช่วงบ่าย เปิดใช้เวลา 13.00 น. และปิดเวลา 16.30 น. ทั้งนี้ กรณีหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชน ขอให้ดำเนินการตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบกับพี่น้องประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งปิดไฟช่วงพักเที่ยง สลับการใช้ลิฟต์ตามเวลาที่กำหนด การประชุมขอให้งดการประชุมในลักษณะ On-Site เน้นรูปแบบการประชุมเป็นแบบ Online และในกรณีมีความจําเป็นต้องประชุม On-Site ขอให้ใช้เวลาในการประชุมแบบสั้น กระชับ และเลือกใช้ห้องประชุมให้เหมาะกับจํานวนคนผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อลดพลังงาน กรณีหน่วยงานที่มีงานในลักษณะใกล้เคียงกัน ให้จัดบริการประชาชนไว้ในจุดเดียว (One Stop Service) ทั้งนี้ ขอให้ส่วนราชการพิจารณาการ WFH (Work From Home – ทำงานจากบ้าน) หรือ WFA (Work From Anywhere – ทำงานจากทุกที่ที่มีความสะดวก) และขอให้สํานักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์และองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ พิจารณาจัดหารถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้บริการประชาชนในเขตเมืองและสถานที่สําคัญ เพื่อลดค่าครองชีพ ในส่วนมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกับมูลนิธิสมาคมต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนที่สุดอย่างต่อเนื่องและตรงจุด
จังหวัดกาฬสินธุ์ขับเคลื่อนมาตรการลดค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมาจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยเฉพาะสินค้า House Brand ที่มีคุณภาพและราคาประหยัด
โครงการดังกล่าวจัดจำหน่ายในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ภายในจังหวัด อาทิ บิ๊กซี โลตัส แม็คโคร กาฬสินธุ์พลาซ่า และร้านซูเปอร์ถูก พร้อมจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นสัดส่วน และติดป้ายประชาสัมพันธ์ “ไทยช่วยไทย” อย่างชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่าย ในราคาที่เป็นธรรมตามนโยบายภาครัฐ
นอกจากนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ยังมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการ กระจายสินค้าราคาประหยัดลงสู่ระดับพื้นที่ ครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ ในรูปแบบรถโมบายหรือคาราวานสินค้า ควบคู่กับการนำสินค้าท้องถิ่นออกจำหน่าย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนและช่วยลดภาระค่าครองชีพจากผลกระทบสถานการณ์เศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ในวันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น. จะมีการจัดกิจกรรม Kick off ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดพื้นที่จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง พร้อมปล่อยคาราวานรถโมบายจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เพื่อขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง








