ข่าวภูมิภาค

นักธรณีเร่ง “อนุทิน” เดินหน้าค้นหาแหล่งน้ำมันยุค “มีโซโซอิก” เพิ่มความมั่นคงพลังงานไทยหลังเหตุเรือถูกโจมตีฮอร์มุซ

แชร์ข่าว


 
นักวิชาการธรณีเร่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าตามหาโครงสร้างแหล่งปิโตรเลียมจากแอ่งชั้นหินตะกอนยุค “มีโซโซอิก” ในอ่าวไทยและภาคพื้นดินในกลุ่มจังหวัดโซนภาคกลางของประเทศ หลังเรือสินค้าไทยถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ จากพายุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เลี่ยงความเสี่ยงด้านพลังงานในระยะยาว ได้อีกกว่า 20 ปี
 
วันที่ 12 มี.ค.69 เวลา 12.00 น. นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ อดีตนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชาว ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า กรณีที่เรือขนส่งสินค้าไทยชื่อเรือ “มยุรี นารี” (MAYUREE NAREE) ที่ถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซในตะวันออกกลาง พร้อมกับเรือญี่ปุ่นและเรือจากหมู่เกาะมาร์แชลล์ ว่า ขณะนี้ถึงเวลาเร่งด่วนแล้วที่ประเทศไทยของเราจะต้องเร่งสำรวจตามหาโครงสร้างแหล่งน้ำมัน หรือปิโตรเลียมจากภายในประเทศไทยของเราเองอย่างจริงจัง
 
เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานภายในประเทศ ที่ไม่ต้องมีการขนส่งหรือนำเข้ามาจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางความเสี่ยงในการเดินเรือขนส่งเข้ามาจากภาวะสงครามอิหร่าน - อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศของเราจะต้องมีแหล่งปิโตรเลียมเป็นของตนเองผลิตได้เพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศในระยะ 20 ปี จากการที่ได้ศึกษาทางด้านธรณีวิทยาโครงสร้าง รวมถึงการศึกษาและวิจัยมา ทำให้เราได้รู้ว่าการสำรวจปิโตรเลียมในประเทศไทยนั้น ยังขาดไปอีก 1 ยุค ที่เรายังสำรวจไม่ครบทุกโครงสร้าง 
 
ที่ผ่านมาได้มีการสำรวจหลักๆ อยู่แค่ใน 2 ยุคโครงสร้างด้วยกัน ประกอบด้วยโครงสร้างแรกในพื้นที่โซนภาคกลางและในทะเลอ่าวไทย ซึ่งเป็นยุคซีโซโซอิก อายุราว 10-60 ล้านปี และถือเป็นการสำรวจหลักของประเทศไทยในเวลานี้ ซึ่งเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดเล็กจึงผลิตได้ไม่เพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีการสำรวจอีกแหล่งหนึ่ง คือ แหล่งก๊าซธรรมชาติในภาคอีสานของไทย ในยุคพาลีโอโซอิก อายุราว 250-300 ล้านปีเป็นโครงสร้างรองลงมา แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพน้อยและผลิตได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศเช่นเดียวกัน
 
แต่จากการศึกษาในทางธรณีวิทยาโครงสร้าง เรายังพบว่ามีอีก 1 ยุคโครงสร้างที่ยังไม่ได้สำรวจปิโตรเลียม นั้นคือโครงสร้างในยุคของมีโซโซอิก ที่มีอายุราว 100-200 ล้านปี ซึ่งเป็นยุคที่ทั่วโลกนั้นมีการสำรวจพบปิโตรเลียมแหล่งใหญ่มากที่สุดในโลก และเป็นแอ่งตะกอนในรูปแบบของตะกอนทะเล ซึ่งปิโตรเลียมแหล่งใหญ่ในโลกนั้นก็เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทะเลเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะมีปิโตรเลียมแหล่งใหญ่ หากเรามีการผลักดันให้ได้รับการพิสูจน์
 
สำหรับพื้นที่ที่เราพบโครงสร้างของแอ่งตะกอนยุคมีโซโซอิกนั้น คือ ในพื้นที่โซนภาคกลางของประเทศไทย ที่ได้เคยมีการขุดเจาะพบปิโตรเลียมในตัวของชั้นหินยุค “มีโซโซอิก” ที่ใต้แอ่ง “ซีโนโซอิก” มาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการตามโครงสร้างหลักต่อ ซึ่งจุดที่เราพบปิโตรเลียมหรือน้ำมันดิบนั้นอยู่ที่ใต้แอ่ง “สิริกิติ์” (กำแพงเพชร,สุโขทัย) รวมถึงในทะเลอ่าวไทยก็ยังมีการสำรวจเจาะพบน้ำมันดิบในชั้นมีโซโซอิกใต้แอ่งซีโนโซอิกมาแล้วด้วยเช่นเดียวกัน
 
จึงมีความน่าสนใจตรงที่สภาพแหล่งที่ขุดพบอยู่ในสภาวะของการกักเก็บที่ไม่เหมาะสม แต่มันก็ยังสามารถกักเก็บปิโตรเลียมไว้ได้ ซึ่งถ้าหากเราหาโครงสร้างหลักของแอ่ง “มีโซโซอิก” ตรงนี้พบ มันจะมีสภาวะแวดล้อมในการสะสมตัวของปิโตรเลียมที่ดีกว่า ฉะนั้นประเทศไทยจึงมีโอกาสที่จะพบปิโตรเลียมในแหล่งยุคของมีโซโซอิก และเป็นโอกาสที่ดีของประเทศของเรา นายอารักษ์ กล่าว
 
สำหรับ นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ นั้นเคยร่วมงานกับทีมวิจัยธรณีโครงสร้าง ม.จุฬาฯ มานานกว่า 8 ปี และยังศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลและวิจัยงานด้านปิโตรเลียมไทยมากว่า 14 ปี เจ้าผลงานวิจัย 4 เรื่องประกอบด้วย “แผ่นธรณีแปรสัณฐานและตะเข็บแนวรอยต่อพื้นที่ทางภาคตะวันออกประเทศไทย: จากหลักฐานการวิเคราะห์ข้อมูลธรณีฟิสิกส์ทางอากาศ” และเรื่อง “การแปลความหมายรูปแบบธรณีแปรสัณฐานในเขตแนวภูเขาไฟเพชรบูรณ์ภาคเหนือประเทศไทย: จากหลักฐานข้อมูลธรณีฟิสิกส์ทางอากาศ”
 
งานวิจัยเรื่อง “การวิเคราะห์โครงสร้างและการลำดับชั้นหินพื้นที่สัมปทานชนบท แอล 28/48 และแอล 21/48 ขอบตะวันตกที่ราบสูงโคราชภาคตะวันออกเฉียงเหนือประเทศไทย” และงานวิจัยเรื่อง รูปแบบธรณีแปรสัณฐานและระบบการวิวัฒนาการกลุ่มหินโคราชภาคตะวันออกเฉียงเหนือประเทศไทย: นัยสำคัญต่อศักยภาพปิโตรเลียม โดยปัจจุบันเป็นนักวิชาการอิสระ จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย