นักวิชาการ “ไขข้อเท็จจริงพลังงานไทย” เปิดข้อเท็จจริงที่โซเชียลไม่พูดถึง งัดข้อมูลวิชาการ กระเทาะเปลือก “โครงสร้างน้ำมันไทย“ อยู่ภายใต้ระบบสัมปทาน เอกชนลงทุน-รัฐจัดเก็บรายได้ พร้อมชี้น้ำมันแพง เพราะโครงสร้างภาษี ไม่ใช่ต้นทุนกลั่น
กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราคาน้ำมันในประเทศไทยที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ขณะนี้กำลังถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้อง หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดในสังคม
นายพีระชาติ อินตา นักวิชาการด้านความมั่นคงและอดีตทหารอากาศ โพสต์เฟสบุ๊ก แสดงความคิดเห็นถึงการตั้งข้อสังเกต และวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยโดยขาดความรู้ที่แท้จริง จนอาจสร้างความเข้าใจผิดและนำไปสู่ความแตกแยกได้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ที่รวบรวมข้อมูลเชิงวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่ออธิบายโครงสร้างพลังงานไทยอย่างเป็นระบบ ใจความตอนหนึ่งระบุว่า การดำเนินธุรกิจปิโตรเลียมของไทยอยู่ภายใต้ “ระบบสัมปทาน” ตามกฎหมาย ซึ่งเปิดให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนสำรวจและผลิต โดยรัฐไม่ได้ร่วมลงทุน แต่จะได้รับผลตอบแทนในรูปของค่าภาคหลวงและภาษี เพื่อนำเข้าสู่รายได้แผ่นดิน
สำหรับประเด็นที่สังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดประเทศไทยมีแหล่งน้ำมันดิบ แต่ยังต้องนำเข้า และไม่สามารถกลั่นใช้เองได้ทั้งหมดนั้น ข้อมูลระบุว่า โรงกลั่นในไทยส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ขณะที่น้ำมันดิบบางส่วนในอ่าวไทยมีสารปรอทปนเปื้อนในระดับสูง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อเครื่องจักร หากไม่มีระบบกำจัดเฉพาะทางรองรับ ด้วยเหตุนี้น้ำมันดิบบางประเภทจึงถูกส่งออกไปยังต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีรองรับ ก่อนนำรายได้กลับมาซื้อน้ำมันดิบที่เหมาะสมกับโรงกลั่นในประเทศ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์
นอกจากนี้ ยังมีคำชี้แจงถึงกรณีราคาน้ำมันในประเทศที่สูงกว่าบางประเทศ แม้จะมาจากโรงกลั่นเดียวกัน โดยระบุว่า ราคาหน้าโรงกลั่นมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน แต่ราคาขายปลีกในประเทศจะรวมภาษีสรรพสามิต และเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐ ขณะที่การส่งออกจะไม่มีการรวมภาษีดังกล่าวตามหลักสากล
ในส่วนของการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า เป็นการส่งออก “น้ำมันสำเร็จรูป” ไม่ใช่น้ำมันดิบ เนื่องจากลาวไม่มีโรงกลั่น จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากไทย ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้ประเทศ
ขณะเดียวกัน ระบบการตรวจวัดปริมาณปิโตรเลียมของไทยใช้มาตรฐานสากล หรือ Fiscal Metering System ที่สามารถตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีทั้งภาครัฐและผู้ร่วมทุนร่วมตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสในการจัดเก็บรายได้
ทั้งนี้ นักวิชาการท่านนี้ย้ำว่า การตรวจสอบข้อมูลด้านพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการบิดเบือนที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในสังคม พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในประเด็นที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคและเศรษฐกิจ เช่น โครงสร้างพลังงานของประเทศ
#น้ำมันไทย #ราคาน้ำมัน #พลังงานไทย #โครงสร้างน้ำมัน #ภาษีน้ำมัน #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #พลังงาน #น้ำมันแพง #วิเคราะห์เศรษฐกิจ








