เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี นายธนภณ กิจกาญจน์ นายก อบจ.จันทบุรี ได้เรียกประชุมสมาชิกสภาวาระเร่งด่วน เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานในจังหวัด
สถานการณ์ขณะนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลไม้กำลังออกดอกและติดลูก (ขึ้นลูก) ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมาก ทำให้ชาวสวนเริ่มกังวลว่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องสูบน้ำจะไม่เพียงพอ จนเกิดกระแสการแห่กักตุนน้ำมันในหลายพื้นที่
นายธนภณ เปิดเผยว่า อบจ.จันทบุรี เป็นหน่วยงานที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงมากในแต่ละวัน ทั้งจากเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 28 เครื่อง ที่กินน้ำมันรวมกว่า 30,000 ลิตรต่อเดือน รวมถึงเครื่องจักรหนักในโครงการก่อสร้างถนน รถแม็คโครกั้นน้ำ และรถเกรดบดอัด ซึ่งใช้น้ำมันอีกวันละหลายพันลิตร
เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด อบจ. จึงมีมาตรการระงับโครงการชั่วคราว ชะลอโครงการพัฒนาที่ไม่เร่งด่วนหรือมีความจำเป็นน้อยออกไปก่อน เพื่อประหยัดน้ำมันไว้ใช้ในภารกิจที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง เน้นงานฉุกเฉิน เร่งดำเนินการเฉพาะโครงการที่ค้างคาและจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน
พร้อมทั้งขอความร่วมมือกลุ่มผู้ใช้น้ำในกรณีวิกฤตหาก อบจ. ไม่สามารถสนับสนุนน้ำมันได้เต็มที่ ขอให้กลุ่มเกษตรกรที่ใช้ระบบท่อและเครื่องสูบน้ำของ อบจ. ช่วยบริหารจัดการตนเองเบื้องต้น เช่น การลงขันช่วยกันเติมน้ำมันคนละ 5-10 ลิตร เพื่อประคับประคองการผลิตในช่วงวิกฤต
ในด้านราคา นายก อบจ. ระบุว่าแม้บางบริษัทจะชิงปรับราคานำไปก่อน แต่ปัจจุบันราคาเริ่มทรงตัว โดยเฉพาะปั๊มในเครือรัฐ (ปตท.) ที่ยังคงราคาพื้นฐานไว้ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร (รวมค่าขนส่ง) อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนในอีก 60 วันข้างหน้ายังเป็นสิ่งที่น่ากังวล ทั้งนี้ได้ประสานไปยัง ส.ส.จันทบุรี ทั้ง 3 เขต เพื่อส่งสารไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เร่งออกมาสร้างความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า น้ำมันจะไม่ขาดแคลน เพราะช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ ทุเรียนรุ่นแรก (พันธุ์กระดุม) จะเริ่มออกสู่ตลาด หากสถานการณ์น้ำมันยังคลุมเครือ จะกระทบต่อระบบขนส่งและราคาผลิตผลทางการเกษตรอย่างรุนแรง








