วันที่ 24 มกราคม 2569 ณ โรงแรมเซาเทิร์นวิว จังหวัดปัตตานี สมาคมสถาบันปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดกิจกรรม "เตรียมความพร้อมต้อนรับเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ฮ.ศ. 1447" โดยมีผู้นำสถาบันปอเนาะและโต๊ะครูจากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมกว่า 1,200 คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค เพื่อสื่อสารแนวทางขับเคลื่อนสังคมท่ามกลางบรรยากาศก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
นายวันมูหะมัดนอร์ ปราศรัยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันปอเนาะว่า โต๊ะครูและปอเนาะไม่ใช่เพียงสถานศึกษา แต่คือ "เสาหลัก" ที่แท้จริงของสังคมมลายูมุสลิมในการรักษาอัตลักษณ์และหลักการศาสนาให้คงอยู่ พร้อมขอบคุณนายกสมาคมสถาบันปอเนาะที่ให้เกียรติเชิญมาเป็นประธาน ซึ่งตนพร้อมสนับสนุนปอเนาะอย่างเต็มที่เพราะเป็นสถาบันที่ "สร้างคน" ให้กับพื้นที่
ในช่วงหนึ่งระหว่างเปิดพิธี นายวันมูหะมัดนอร์ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่คนในพื้นที่ต้องสนใจการเมือง โดยระบุว่า หากเราไม่สนใจการเมือง เราจะได้นักการเมืองที่ไม่สนใจพวกเรา ดังนั้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ อย่าเลือกเพราะเงินซื้อเสียง ทราบมาว่าตอนนี้เงินลงมาในพื้นที่เยอะมาก หากเรายอมรับสิ่งเหล่านั้น สิ่งที่จะตามมาคือยาเสพติด กัญชา และสิ่งที่ศาสนาห้าม ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเพราะเราละเลยไม่ใช้สิทธิทางการเมืองอย่างถูกต้อง
นายวันมูหะมัดนอร์ ยังได้ย้อนรอยประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าการมีตัวแทนทางการเมืองที่เข้าใจบริบทจริงมีความสำคัญเพียงใด
ปมขัดแย้งเรื่องฮิญาบ อดีตประธานสภาฯ เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีก่อน ที่เคยมีการประท้วงนาน 7 วัน 7 คืน ณ มัสยิดกลางยะลา เนื่องจากผู้หญิงมุสลิมไม่สามารถสวมฮิญาบรวมถึง การทำบัตรประชาชน ในอดีตมีกฎระเบียบห้ามคลุมผ้า รวมถึงผู้นำศาสนาต้องถอดผ้าสลือบันออกเวลาถ่ายรูปทำบัตร
"เราสู้จนถึงวันนี้ จนสามารถถ่ายบัตรประชาชนได้โดยไม่ต้องถอดผ้าคลุม นี่คือสิ่งที่จะชี้ให้เห็นว่าการเมืองมีความจำเป็นเพียงใดในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพในการนับถือศาสนาภายใต้ระบอบประชาธิปไตย" นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
พ.ต.อ.ทวี ได้ชูนโยบายเศรษฐกิจและสังคม หวังยกระดับคุณภาพชีวิตชาวใต้ โดยเน้นย้ำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนจากบทเรียนครั้งที่ผ่านมาที่พี่น้องชาวปัตตานีไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
พร้อมได้กล่าวเปรียบเทียบโมเดลการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็น "มรดกของการพัฒนาที่ล้มเหลว" เนื่องจากพื้นที่ยังคงประสบปัญหาความยากจนที่สุด ขณะที่งบประมาณกลับไปกระจุกตัวอยู่กับบุคคลบางกลุ่ม
หัวหน้าพรรคประชาชาติยังได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของการจัดสรรงบประมาณ โดยระบุว่าประชาชนในบุรีรัมย์ยากจนเป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน แต่ผู้มีอำนาจกลับมีความมั่งคั่งมหาศาล
ข้อสังเกตเรื่องงบคมนาคม พ.ต.อ.ทวี ตั้งคำถามถึงงบประมาณกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงชนบทที่ไหลลงสู่จังหวัดบุรีรัมย์มากที่สุด แต่ทำไมคนในพื้นที่กลับไม่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่าข้อมูลความยากจนนี้อ้างอิงจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพื่อชี้ให้เห็นว่าวิธีการพัฒนาแบบเดิม "เงินไปไม่ถึงประชาชน" แต่ไปถึงแค่คนบางกลุ่มเท่านั้น
สำหรับการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ พรรคประชาชาติได้เสนอแนวทาง 3 ส่วนหลัก คือ การศึกษา เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน สวัสดิการ เป็นหัวใจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ส่วน การดูแลกลุ่มเปราะบาง พรรคประชาชาติมองว่าคนกลุ่มนี้คือ "ความมั่นคงของเมืองและประเทศ" ไม่ใช่ภาระงบประมาณตามที่คนบางกลุ่มในกรุงเทพฯ เข้าใจ
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้นำศาสนาและโต๊ะครูให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น








