วันที่ 18 มี.ค.69 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.วิทยา ทองผึ้ง รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.จุรินทร์ชาติ โสตะ สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม., ร.ต.อ.ฉัตรมงคล มิ่งเชื้อ รอง สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมด้วยชุดสืบสวน กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีนที่มีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในข้อหา "ลักลอบค้ายาเสพติด" ได้ควบคุมตัว MR.FENG (นายเฟิง) สัญชาติจีน อายุ 36 ปี โดยอนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามตาม ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฯ มาตรา 12(7) คือ “มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศออกหมายจับ”
โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.ปอพ.สตม. พบว่าบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนรายดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามาและหลบหนีอยู่ในประเทศไทย โดยสืบหาข้อมูลและติดตามมาถึงบริเวณหน้าอาคารไม่มีเลขที่ ซอยเพชรเกษม 77/6 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร พบบุคคลคล้าย MR.FENG (นายเฟิง) กำลังยืนอยู่หน้าสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอสอบถามและตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันตามหมายจับหรือไม่
จากการสอบถามบุคคลดังกล่าวได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ว่า ตนคือ MR.FENG (นายเฟิง) และได้แสดงหนังสือเดินทางสัญชาติจีน ระบุชื่อ MR.FENG สัญชาติจีน อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับบุคคลที่ถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร(ตม.83) เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) และแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ ผู้ถูกควบคุมเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว จากนั้นจึงควบคุมตัวมายัง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป
นโยบายการเพิกถอนวีซ่า/การอยู่ต่อในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 พ.ร.บ. คนเข้าเมืองฯ มีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีคนต่างด้าวมีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข ซึ่งได้รับการประสานจากหน่วยงานทั้งในและต่างประทศ การละเมิดกฎหมาย, การตรวจสอบความมั่นคง, หรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งผลเสียต่อความมั่นคง ภัยสังคม สตม. จะดำเนินการยกเลิกการอยู่ต่อในราชอาณาจักรหรือวีซ่าได้ทันที
พ.ต.อ.ชูวงษ์ กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. กรณีให้ออกติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับต่างประเทศ ที่มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข ซึ่งได้รับการประสานจากหน่วยงานทั้งในและต่างประทศนั้น







