19 มี.ค.69 วันโหวต “นายกฯคนใหม่” ย่อมไม่มีอะไรพลิกโผ เพราะชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่นั่ง “นายกฯรักษาการ” ในเวลานี้ จะได้รับเสียงสนับสนุนท่วมท้น ลอยลำเข้าไปเป็น “นายกฯคนใหม่”
และการโหวตชื่ออนุทิน ในวันพรุ่งนี้ ตัวเลข จะต้องออกมาตามโผ ที่ล็อกกันเอาไว้ที่ตัวเลข “292 เสียง” จาก 16 พรรคการเมือง ประกอบด้วย
พรรคภูมิใจไทย 191 เสียง, พรรคเพื่อไทย 74 เสียง, พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง, พรรคประชาชาติ 5 เสียง, พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง, พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง, พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง
พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง, พรรคใหม่ 1 เสียง, พรรครวมใจไทย 1 เสียง, พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง, พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง, พรรคมิติใหม่ 1 เสียง, พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง, พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง, พรรคโอกาสใหม่ 1 เสียง
ทั้งนี้ตัวเลข ในส่วนของปีกรัฐบาลอาจจะลดลง เนื่องจาก “ประธานสภา” และ “รองประธานสภาฯ” นั้นตามหลักการปฏิบัติแล้ว จะต้อง “งดออกเสียง” เพื่อแสดงความเป็นกลาง เท่ากับว่า จะหายไป 1เสียงในส่วนผู้ที่จะขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์
ประเด็นที่น่าสนใจ นอกเหนือไปจากการล็อกเสียง “พรรคร่วมรัฐบาล” 16 พรรคการเมือง ต้องโหวตชื่ออนุทิน ครบทุกเสียงแล้ว อย่าลืมว่า ทุกสายตา ทุกโฟกัสทางการเมือง จนถึง ณ เวลานี้คือ “ท่าที” จาก “พรรคกล้าธรรม” ซึ่งนำโดย “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม โดยมี “58 สส.” จะโหวด อย่างไร ?
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนชัดเจนก่อนโหวต แล้วว่า ทั้ง “21 สส.” ของพรรค“งดออกเสียง”
ส่วนพรรคส้ม “พรรคประชาชน” ย่อมไม่โหวตอนุทิน ให้เป็นนายกฯ เพราะอย่าลืมว่า บาดแผลจากการทำ MOA ที่ผ่านมา พรรคประชาชนนั้นเสียคะแนน และถูกโจมตีอย่างหนัก
สำคัญไปกว่านั้น คือพรรคประชาชน มีมติ ส่ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค เข้าชิง สู้กับอนุทิน โดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์
ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรม ที่แม้จะเป็น “เพื่อนรัก” ของอนุทิน แต่เมื่อคนตัดสินใจทางการเมือง ไม่ใช่คนชื่ออนุทิน พรรคกล้าธรรมจึงต้องจำใจเป็นฝ่ายค้าน แม้จะไม่เต็มใจนัก
เมื่อพรรคกล้าธรรม ไม่ต้องการเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็ไม่ได้ ถูกเลือกให้เข้าร่วมรัฐบาล แต่อย่าลืมว่า พรรคกล้าธรรม เองยังมีความหวัง เพราะรู้ดีว่าการที่พรรคภูมิใจไทย ดึงพรรเพื่อไทยมาเข้าร่วมรัฐบาลนั้น มาจาก “ดีลพิเศษ” แต่ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย ที่วันนี้มี สส.เพียง 74 คนในมือ กลับอยู่ในสภาพที่ “งัดข้อ” กันเอง เมื่อการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ยังไม่ลงตัว
ดังนั้นพรรคเพื่อไทย จึงอยู่ในสภาพที่ “กำลังฟื้นตัว” หลังศึกเลือกตั้ง แต่ขณะเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่า ในวันข้างหน้า ระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงิน จะหวานชื่น และราบรื่นตลอดไป ดังนั้นโอกาสที่จะใช้บริการ “พรรคกล้าธรรม” เพื่อเอาไว้กดดันพรรคเพื่อไทย
ด้วยเหตุนี้ พรรคกล้าธรรมจึงถูกจับตามากกว่าใคร ซ้ำยังถูกเรียกว่า เป็น “ฝ่ายคอย” คือคอยที่จะรอร่วมรัฐบาล มากกว่าที่จะทำหน้าที่ ฝ่ายค้านชนิดเต็มสูบ
ท่าทีของพรรคกล้าธรรม ก่อนวันโหวตนายกฯ 19 มี.ค.จึงน่าสนใจมากกว่าพรรคใด เพราะไม่ว่าจะออกทางไหน จะงดออกเสียง หรือจะปล่อยฟรีโหวต หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือแม้แต่จะมี “งูเห่าสีเขียว” ใจกล้า “แสดงตัว” กันในยกแรกหรือไม่ ล้วนแล้วแต่ ถูกนำไปตีความได้ทั้งสิ้น







