ลงพื้นที่เชียงแสน จับมือ อว. วิจัยปุ๋ยและยาทางเลือก ลดต้นทุนเกษตรกรจากเคมีแพง พร้อมดันโครงการอาหารปลอดภัยสู่โรงเรียนและโรงพยาบาล ชูมาตรฐานเครื่องหมาย Q เปิดตลาดรับซื้อผลผลิตปลอดภัย สร้างรายได้มั่นคงให้เกษตรกรเชียงราย
วันที่ 23 พ.ค.69 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกร ณ ศาลาอเนกประสงค์ บ้านศรีบุญยืน ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พร้อมประกาศขับเคลื่อนการทำงานมิติใหม่แบบบูรณาการครบวงจร ย้ำชัดเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องเร่งโชว์ศักยภาพแก้ปัญหาหน้างานให้ประชาชนอย่างแท้จริง อีกทั้ง ได้ชูนโยบายเชิงรุกในการประสานงานกับ กยท. จังหวัด ให้เข้ามาช่วยเป็นแกนหลักในการดึงเกษตรกรรายย่อย รวมถึงกลุ่มที่ปลูกพืชผักสวนครัวทั่วไปให้เข้ามาขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อรับสิทธิ์และสวัสดิการ โดยเฉพาะการเติมเต็มส่วนต่างของราคาสินค้า สอดรับกับแนวคิดนำร่องโครงการ “อาหารปลอดภัยสู่โรงเรียนและโรงพยาบาล” ในจังหวัดเชียงราย ที่จะเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและได้รับมาตรฐานเครื่องหมาย Q จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. เป็นกลุ่มแรกในการส่งผลผลิตปลอดภัยเข้าสู่โรงพยาบาลรัฐ เช่น โรงพยาบาลเชียงแสน และโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ถือเป็นการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและใช้ตลาดนำการผลิตเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยเตรียมหารือกระทรวงศึกษาธิการให้โรงเรียนสังกัด สพฐ. และโรงพยาบาลในพื้นที่รับซื้อผลผลิตปลอดภัยจากเกษตรกรโดยตรง พร้อมแก้ปัญหาปัจจัยการผลิตราคาแพงจากสภาวะสงคราม โดยการจับมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วิจัยพัฒนาปุ๋ยและยาทางเลือกมาทดแทนเคมีเพื่อลดต้นทุน
ทั้งนี้ รมช.ปิยะรัฐชย์ เน้นย้ำว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการฟังเสียงสะท้อนเพื่อนำไปผลักดันต่อในระดับนโยบาย รวมถึงต้องเร่งประสานงานข้ามกระทรวงทันทีหากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น
จากนั้น รมช.เกษตรฯ เดินทางต่อไปยังที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจร (แปลงใหญ่หม่อนไหม) บ้านสันธาตุ ตำบลโยนก เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและรับฟังอุปสรรคหน้างาน โดย รมช.ปิยะรัฐชย์ จะเร่งเพิ่มศักยภาพและยกระดับกรมหม่อนไหมรวมถึงกลุ่มผู้เลี้ยงไหมให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและผลักดันให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โอกาสนี้ รมช.ปิยะรัฐชย์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกับส่วนจังหวัด เพื่อเร่งหาแนวทางพิสูจน์สิทธิ์ปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อน (น.ส.ล.) และที่ดินในเขต สปก. บริเวณร่องบง เพื่อสร้างความมั่นใจในการทำกินให้แก่ชาวบ้าน ควบคู่กับการรับข้อเสนอโครงการบริหารจัดการน้ำร่องบง พื้นที่ 133 ไร่ เพื่อสร้างประตูระบายน้ำ ระบบส่งน้ำ ซ่อมแซมโซล่าเซลล์สูบน้ำ และขุดลอกร่องน้ำ ม.4 กับ ม.9 เพื่อเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำในชุมชนให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี
ต่อมารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำคณะลงพื้นที่ ณ หนองแสลบ บ้านสวนดอก ตำบลบ้านแซว เพื่อรับฟังเกษตรกรสะท้อนปัญหาจริงในพื้นที่ พร้อมตอกย้ำนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยกำชับให้เกษตรกรนำเสนอปัญหาผ่านเกษตรตำบล หรืออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมผลักดันให้เจ้าหน้าที่แสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังพร้อมหนุนให้เกษตรกรปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อปรับเปลี่ยนชนิดพืชหรือเปลี่ยนมาเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจตามบริบทพื้นที่เพื่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนพร้อมรับหน้าที่เป็นตัวแทนรัฐบาลประสานข้ามกระทรวงต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาของประชาชน และตอกย้ำความมุ่งมั่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน








