เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน หอบหนังสือร้อง “รังสิมันต์ โรม” ประธาน กมธ.กฎหมายฯ จี้ติดตามสิทธิ์ประกันตัว-ส่งตัว “เอกชัย หงส์กังวาน” รักษาตัวด่วน หลังพบอาการป่วยวิกฤต ตับโต-ม้ามโต-ต่อมลูกหมากโต พ่วงฮีทสโตรกหลายครั้ง ด้าน “โรม” ยันเดินหน้าเต็มที่ จี้ถามมาตรฐานกรมราชทัณฑ์ ลั่นไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยความสูญเสีย
วันที่ 17 มิ.ย. 2569: เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มผู้เรียกร้องสิทธิ์ประกันตัวและเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน เพื่อขอให้ตรวจสอบและติดตามสิทธิ์การประกันตัว รวมถึงสิทธิ์การเข้าถึงการรักษาพยาบาลของ นายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังทางการเมืองที่กำลังเผชิญอาการเจ็บป่วยอย่างรุนแรงอยู่ภายในเรือนจำ
น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา ตัวแทนกลุ่มเรียกร้องสิทธิ์ให้กับผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยในเรือนจำ เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้เข้าเยี่ยมอาการของนายเอกชัยเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยนายเอกชัยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2566 และได้ยื่นขอประกันตัวมาโดยตลอดแต่ศาลไม่อนุญาต ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ได้ทำเรื่องขอตรวจร่างกายและเจาะเลือดที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่กลับได้รับการส่งตัวไปรักษาจริงในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งผลตรวจระบุชัดเจนว่า นายเอกชัยมีอาการต่อมลูกหมากโต ตับโต และม้ามโต นอกจากนี้ ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา นายเอกชัยยังมีภาวะฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดดเกิดขึ้นหลายครั้ง ทางกลุ่มจึงได้ทำหนังสือถึงกรมราชทัณฑ์หลายครั้งเพื่อขอให้ส่งตัวนายเอกชัยไปรักษายังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า เช่น โรงพยาบาลราชวิถี หรือโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น แต่เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า
ด้าน นางนรี พุ่งเกลื้อน ตัวแทนจากเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน กล่าวเสริมว่า นายเอกชัยเป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งคดียังไม่ถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม แต่กลับไม่ได้รับสิทธิ์ในการประกันตัว ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันอาการป่วยของอวัยวะภายในทวีความรุนแรงขึ้น จึงอยากให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากรณีของนายเอกชัยกำลัง "ซ้ำรอยกรณีอากง" (นายอำพล ตั้งนพกุล) ในอดีต ที่ผลตรวจทางการแพทย์ออกมาชัดเจนว่าป่วยหนัก แต่กลับไม่ได้รับสิทธิ์ออกมารักษาอย่างถูกต้องจนกระทั่งเสียชีวิต
ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ในฐานะที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ ได้ชี้แจงข้อกฎหมายว่า ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ มาตรา 55 ระบุไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่ผู้ต้องขังมีอาการป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเฉพาะด้าน หรือหากรักษาในเรือนจำแล้วอาการจะไม่ทุเลาดีขึ้น กรมราชทัณฑ์มีอำนาจและหน้าที่ในการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องขังทุกคนพึงได้รับตามกฎหมาย ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวปิดท้ายว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมรับเรื่องนี้ไปดำเนินการอย่างเต็มที่ตามกรอบอำนาจหน้าที่ โดยที่ผ่านมา กมธ. ได้เคยเดินทางไปตรวจสอบที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และกระทรวงยุติธรรมมาแล้ว และได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อดูแลสิทธิ์และคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังโดยเฉพาะ
“เราไม่อยากเห็นกรณีที่ซ้ำรอยเหมือนกับคุณบุ้ง หรือเคสในอดีตอีกแล้ว หลักคิดมันง่ายนิดเดียว คือถ้าผู้ต้องขังเจ็บป่วย เขาต้องได้รับสิทธิ์ในการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าเขาจะชื่ออะไร หรือนามสกุลอะไร สิ่งที่คุณเอกชัยเจ็บป่วยมีผลตรวจทางการแพทย์ยืนยันชัดเจน ไม่ใช่การแกล้งป่วย วันนี้คำถามใหญ่ที่สุดคือ มาตรฐานในการดูแลและรักษาพยาบาลผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์อยู่ตรงไหน ซึ่งหลังจากนี้ กมธ. จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาและจะอับเดตความคืบหน้าให้ผู้ร้องเรียนและสื่อมวลชนทราบต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว








