วันที่ 1 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่าอายุแค่ 26 ขนเฮโรอีนบิ๊กล็อตสู่ออสเตรเลีย: แฟชั่นอาชญากรรมข้ามชาติ ความจริงที่สังคมไทยต้องตื่นรู้
วันนี้ผมขอมาพูดเรื่องนี้จากกรณีข่าวใหญ่ที่ทางการออสเตรเลียจับกุมคนไทยอายุเพียง 26 ปี พร้อมของกลางเฮโรอีนมูลค่ามหาศาล ลักลอบขนส่งออกไปจากประเทศไทย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดีค้ายาเสพติดธรรมดา แต่มันคือสัญญาณอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างรุนแรง
ในฐานะที่ผมเคยทำงานคลุกคลีกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด ทั้งในบทบาทฝ่ายบริหารและกลไกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีข้อเสนอแนะ ข้อเตือนใจ และแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่อยากแชร์ให้สังคมได้รับทราบดังนี้ครับ
1. ข้อเสนอเร่งด่วน: ต้องติดตั้ง "เครื่อง X-ray ขาออก" สกัดทางผ่านยานรก
เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า ประเทศไทยล้อมรอบไปด้วยแหล่งผลิตยาเสพติดที่สำคัญบริเวณชายแดน ทำให้ไทยกลายเป็นเป้าหมายหลักที่ขบวนการค้ายาข้ามชาติใช้เป็น "ประเทศทางผ่าน" (Transit Zone) เพื่อส่งต่อไปยังทั่วโลก
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลและการท่าอากาศยานฯ ต้องเร่งทำร่วมกับศุลกากรและ ป.ป.ส. คือ:
เพิ่มเครื่อง X-ray สำหรับตรวจคนออกและสินค้าขาออกอย่างเข้มงวด: ที่ผ่านมาเรามักเน้นตรวจเข้มขาเข้า แต่ขาออกกลับมีช่องโหว่ให้ขบวนการพวกนี้เล็ดลอดไปได้ คดีนี้เป็นบทเรียนราคาแพงว่า ถ้าเราไม่มีระบบสแกนขาออกที่เต็มประสิทธิภาพ ประเทศไทยจะถูกตราหน้าบนเวทีโลกว่าปล่อยปละละเลย และจะส่งผลกระทบต่อหนังสือเดินทาง (Passport) รวมถึงการส่งออกสินค้าของคนไทยทุกคนที่จะถูกต่างประเทศกักตรวจอย่างเข้มงวดในอนาคต
2. ประสบการณ์ตรงจากฝ่ายบริหารและกรรมาธิการสภาฯ สู่การแก้ปัญหาแบบครบวงจร
เรื่องปัญหายาเสพติดและการฟอกเงินนี้ ผมทำงานเกาะติดและผลักดันเชิงนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง โดยในตอนที่ผมดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ผมคือหนึ่งในคนที่ร่วมบุกเบิกยกร่าง "ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่" และได้เข้าประชุมยกร่างร่วมกับคณะกรรมาธิการอยู่หลายต่อหลายครั้ง เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดในการทำงาน ซึ่งมีอาวุธสำคัญคือการยึดทรัพย์ตามมูลค่า (Value-based Forfeiture) เพื่อตัดวงจรนายทุนใหญ่ให้สิ้นซาก
นอกจากนี้ จากการที่ผมได้เข้าไปทำงานใน คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด เราศึกษาและจัดทำข้อสรุปส่งไปยังรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว โดยเน้นย้ำแนวทาง 3 มิติ:
เน้นหนักที่สุดคือ "ด้านการบำบัด": กรรมาธิการชี้ชัดว่าเราต้องเร่งรัดและให้ความสำคัญกับมิตินี้เป็นอันดับแรก เพื่อลดจำนวนผู้เสพ (Demand) ในประเทศลงให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะถ้าลดผู้เสพได้ วงจรการค้าก็สลายตัว
เดินหน้าปราบปรามและป้องกันในทุกมิติ: ต้องทำควบคู่กันไปอย่างเข้มข้น ไม่ปล่อยปละละเลยมิติใดมิติหนึ่ง โดยเรามีงบประมาณอุดหนุนเพื่อการบูรณาการในส่วนนี้รองรับอยู่ทุกปีอยู่แล้ว
และจากประสบการณ์ที่ผมเคยดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด รวมถึง ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญหลักใน 35 คณะของสภา) ทำให้เห็นชัดเจนว่าการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดและเชื่อมโยงข้อมูลกันคือหัวใจสำคัญ
3. ส่งกำลังใจให้ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละทุกคน
ผมต้องขอส่งกำลังใจอย่างที่สุดไปยังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. กรมศุลกากร และหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย ท่ามกลางกระแสกดดันในสังคม ผมรู้ดีจากประสบการณ์ทำงานว่า คนหน้างานต้องทำงานแข่งกับเวลาและขบวนการค้ายาที่มีการปรับตัวตลอดเวลา ขอให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง นำประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่และงบประมาณบูรณาการที่มีอยู่ มาเป็นเครื่องมือทลายล้างเครือข่ายเหล่านี้ พวกเราพร้อมสนับสนุนคนทำงานทุกคนครับ!
4. "แอร์โฮสเตส-สจ๊วต" ไม่ใช่เกราะกำบัง: อาชญากรรมเลียนแบบที่ไม่ใช่เรื่องใหม่
หลายคนอาจจะแปลกใจว่าทำไมคนรุ่นใหม่โปรไฟล์ดี หรือคนในอาชีพที่มีการคัดกรองสูงถึงกลายมาเป็นผู้ต้องหาข้ามชาติ?
ผมอยากชี้แจงว่า "การเป็น Air Hostess หรือลูกเรือสายการบิน ไม่ได้มีสิทธิพิเศษหรือข้อยกเว้นใดๆ ในการขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย"
ขบวนการค้ายาเพียงแค่ใช้ความน่าเชื่อถือทางอาชีพเพื่อ "หลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ" เท่านั้น พฤติกรรมแบบนี้มีมานานแล้วทั่วโลก ทั้งการใช้ลูกเรือขนเงิน ขนของเถื่อน จนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง แต่น่าเสียดายที่สังคมไทยไม่เคยถูกนำเสนอข้อมูลเหล่านี้อย่างจริงจัง จนทำให้คนบางกลุ่มคิดสั้น ยอมรับงานเพราะหลงเชื่อว่าโปรไฟล์ของตนจะช่วยให้รอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ได้
5. คำเตือนถึงพี่น้องประชาชนและคนรุ่นใหม่
อย่าตกเป็นเหยื่อ "งานเงินเร็ว": ขบวนการค้ายาเปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้รูปแบบ "แฟชั่นอาชญากรรม" จ้างวานคนรุ่นใหม่ที่อยากมีเงินก้อนโต โดยอ้างว่าเคลียร์ทางไว้หมดแล้ว
คุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตคือปลายทาง: กฎหมายยาเสพติดในต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย มีบทลงโทษที่รุนแรงมาก ไม่มีคำว่า "รู้เท่าไม่ถึงการณ์" หรือ "ถูกหลอก" เมื่อของกลางอยู่กับตัว
อย่ารับฝากของจากคนแปลกหน้า: ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศใด การรับฝากของอาจเปลี่ยนชีวิตคุณจากผู้โดยสารกลายเป็นนักโทษข้ามชาติได้ในทันที
ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมส่งกำลังใจให้คนทำงาน และร่วมกันผลักดันให้มีการยกระดับมาตรการคัดกรองขาออกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องชื่อเสียงและความมั่นคงของประเทศไทยครับ








