สส.-สว. ทวงประธานสภา ส่งคำร้องปม ป.ป.ช. ทำหน้าที่มิชอบคดี "ศักดิ์สยาม" ต่อศาลฎีกา
วันที่ 8 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมด้วย นางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวติดตามความคืบหน้ากรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนรวมกว่า 140 คน ได้เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา
นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า ข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. สรุปได้ 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1. กระบวนการตรวจสอบบกพร่อง โดยเฉพาะการละเว้นไม่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเชิงลึกทั้งที่มีพฤติการณ์บ่งบอกถึงการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) 2. การใช้ดุลพินิจวินิจฉัยผิดพลาดอย่างร้ายแรง 3. มีพฤติการณ์ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบ และ 4. ละเว้นการตรวจสอบฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 126 ซึ่งขณะนี้ประธานรัฐสภามี 2 ทางเลือก คือ ส่งคำร้องต่อไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ หรือตัดสินใจปัดตกคำร้องดังกล่าวไป
ประธานวิปฝ่ายค้านระบุต่อว่า หากเปรียบเทียบกับกรณีล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ที่มีการยื่นคำร้องกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. กรณีรับสินบนทองคำจากอดีตตำรวจ พบว่าประธานศาลฎีกาสามารถตั้งคณะไต่สวนอิสระได้ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยใช้เวลาเพียง 41 วันเท่านั้น แต่ในกรณีปัจจุบันนับจากวันที่ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ผ่านมาแล้วประมาณ 33 วัน จึงขอเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาตัดสินใจเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ก่อนปิดสมัยประชุมสภา โดยย้ำว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 236 กำหนดให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องต่อหากมี "เหตุอันควรสงสัย" ซึ่งไม่จำเป็นต้องฟันธงว่า ป.ป.ช. ทำผิดจริงหรือไม่
ด้านนางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กล่าวในนาม สว.อิสระ ว่าบัดนี้ผ่านมา 33 วันแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งที่การตรวจสอบรายชื่อไม่ควรล่าช้า เพราะไม่มีใครแจ้งถอนชื่อหรืออ้างว่าถูกปลอมลายเซ็น จนทำให้ประชาชนสงสัยว่าเป็นการดึงเวลาเพื่อ "ฟอกขาว" ให้พวกเดียวกันหรือไม่ หรือระบอบสีน้ำเงินมีอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งหากประธานรัฐสภาเลือกที่จะไม่ส่งเรื่องต่อ ท่านต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่าคำร้องนี้ไม่สมเหตุสมผลอย่างไร และหากยังนิ่งเฉยหรือละเลยการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ก็อาจมีผู้ดำเนินคดีตามมาตรา 157 ต่อประธานรัฐสภาได้
ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชน กล่าวเสริมประเด็นการขอเอกสารข้อมูลการไต่สวนคดีนายศักดิ์สยามจาก ป.ป.ช. ซึ่งผ่านมาเกือบเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ โดย ป.ป.ช. อ้างว่าอยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าจะเปิดเผยรายการใดได้บ้าง ทั้งนี้หากยังล่าช้าจะดำเนินการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารต่อไป พร้อมทิ้งท้ายถึง ป.ป.ช. ว่าขอให้รักษาคำขวัญ "โปร่งใส ตรวจสอบได้" เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเตือนว่าบทเรียนจากกรณี "นาฬิกาเพื่อน" ที่สิ้นสุดไปแล้วนั้น แสดงให้เห็นแล้วว่าการปกป้องใครบางคนมีจุดจบอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากประธานรัฐสภาดำเนินการล่าช้าหรือปัดตกคำร้องจะดำเนินการอย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า แต่ละฝ่ายย่อมมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการร้องเรียนตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ แต่ยังหวังว่าจะไม่ถึงขั้นนั้นและหวังว่าประธานรัฐสภาจะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ล่าสุดว่าการตรวจสอบรายชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเรื่องวางอยู่ที่โต๊ะของประธานรัฐสภาแล้ว จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านว่าจะดำเนินการอย่างไร
"หากประธานรัฐสภาตัดสินใจปัดตกคำร้อง ตัดตอนกระบวนการตรวจสอบแล้วไม่ส่งเรื่องไปที่ประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ ผมคิดว่าท่านต้องตอบสังคมให้ได้ว่า ทำไมท่านเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่คนในโลกใบนี้ ที่ไม่ได้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในกรณีคดีซุกหุ้นของคุณศักดิ์สยามเลย ดังนั้นขอย้ำว่าข้อเรียกร้องของเราคือ ต้องการให้ประธานรัฐสภาตัดสินใจให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ และตัดสินใจส่งเรื่องต่อไปที่ประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระมาไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช." นายพริษฐ์ กล่าว
#ศักดิ์สยาม #ปปช #ศาลฎีกา #ประธานสภา #การเมืองไทย #ตรวจสอบปปช #คดีการเมือง #รัฐสภา #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








