วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภา ว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา มีวาระการประชุมในประเด็นความปลอดภัยในอาหาร ทั้งการการกำหนดแนวทางและกลไกของระบบตรวจสอบสารเคมีตกค้างปนเปื้อนในผักและผลไม้ และความปลอดภัยของอาหารริมบาทวิถี หรือ Street Food รวมถึงการเตรียมความพร้อมการจัดเสวนาเรื่อง Safe Food Journey เส้นทางอาหารสู่จานเรา โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักเขตปทุมวัน สำนักเขตห้วยขวาง สำนักเขตดุสิต สำนักเขตพระนคร สำนักเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ห้องประชุมกรรมาธิการ
นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงแนวทางการคุ้มครองความปลอดภัยด้านอาหารของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามโครงการกรุงเทพฯ เมืองอาหารปลอดภัย อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดเสวนาเรื่อง Safe Food Journey เส้นทางอาหารสู่จานเรา ในวันที่ 9 กันยายน 2569
นายสุนทร เปิดเผยว่า การคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารและสุขาภิบาลถือเป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงให้ความสำคัญกับการติดตามกรอบการดำเนินงานโครงการอาหารปลอดภัย ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาตลาดสะอาดได้มาตรฐานอาหารปลอดภัย ยกระดับพื้นที่ตลาดสดและตลาดชุมชนให้เป็นแหล่งวัตถุดิบที่น่าเชื่อถือ และการพัฒนาการสุขาภิบาลอาหารริมบาทวิถี (Street Food) ควบคุมมาตรฐานร้านค้าและผู้ประกอบการริมทาง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
นายสุนทร ระบุว่า คณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานด้านสุขลักษณะของสถานประกอบการอาหารริมบาทวิถี หรือ Street Food โดยเฉพาะการส่งเสริมให้สถานประกอบการอาหารในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถพัฒนาจนได้รับป้ายรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร
รวมถึง การกำหนดตัวชี้วัดด้านการเฝ้าระวังเชิงรุกอย่างเข้มงวด ทั้งผลการสุ่มตรวจสภาวะปนเปื้อนในอาหาร จำนวนตัวอย่างอาหารที่ได้รับการสุ่มตรวจ ไม่พบการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์ม คิดเป็นร้อยละ 90 และ จำนวนตัวอย่างอาหารที่ได้รับการสุ่มตรวจ ไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีอันตราย คิดเป็นร้อยละ 100
“การยกระดับมาตรฐานความสะอาดและการสุ่มตรวจสารเคมีปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพอาหารในสถานประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ได้อุปโภคบริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัยอย่างแท้จริง ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ จะติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดแก่ประชาชนครับ” นายสุนทร กล่าว








