ฉากทัศน์ทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุดกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสินใจหงายไพ่ใบสุดท้ายด้วยการส่งสำนวนคดี “ฮั้ว ส.ว.” ถึงมือศาล แม้นี่จะไม่ใช่ปุ่มกดทำลายล้างที่ทำให้สมาชิกวุฒิสภาต้องกระเด็นตกเก้าอี้ในทันที แต่มันคือโดมิโนตัวแรกที่อาจล้มครืนไปถึงทำเนียบรัฐบาล
ในประเด็นนี้ ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต ได้ให้มุมมองประเมินฉากทัศน์ไว้อย่างแหลมคมว่า วิกฤตศรัทธากำลังจะเปลี่ยนเป็นไฟลามทุ่ง เมื่อพยานหลักฐานพาดพิงบุคคลจำนวนมาก สิ่งแรกที่จะตามมาคือคำสั่งสั่งพักงาน แม้ในทางกฎหมายผู้ถูกกล่าวหาจะยังมีเกราะคุ้มกันในฐานะผู้บริสุทธิ์ แต่การหายไปของสมาชิกหลักสิบหรือหลักร้อยคน จะบีบให้กลไกนิติบัญญัติเข้าสู่สภาวะ "สภาคนพิการ" ในชั่วข้ามคืน การขับเคลื่อนวาระสำคัญระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นการโหวตเห็นชอบองค์กรอิสระ การรื้อโครงสร้างรัฐธรรมนูญ หรือการตรวจสอบฝ่ายบริหารจะสะดุดกึกกัก ยิ่งหากแจ็กพอตไปตกที่เก้าอี้ประธานสภาหรือกรรมาธิการชุดสำคัญ ความชอบธรรมในการใช้อำนาจก็จะกลายเป็นสุญญากาศทันที
ตลกร้ายไปกว่านั้น เมื่อตัวจริงถูกสอยทิ้ง กลไกปกติจะบังคับให้เลื่อน "ตัวสำรอง" ขึ้นมาเสียบแทน แต่หากโพยฮั้วและการระดมคนลงคะแนนถูกจัดตั้งมาเป็นขบวนการเครือข่ายเดียวกัน การดันตัวสำรองขึ้นมาก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุดจากโรงงานผลิตเดิม การล้างไพ่เพื่อจัดกระบวนการเลือกใหม่ในบางพื้นที่หรือทั้งระบบ จึงอาจเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่เพื่อกู้ซากความน่าเชื่อถือ
จริงอยู่ว่ามติหรือกฎหมายที่เคยเคาะผ่านไปแล้ว หลักนิติธรรมยังคงกางร่มคุ้มครองไว้เพื่อไม่ให้กิจการของรัฐพังพินาศพับฐานไปทั้งหมด แต่ในศาลเตี้ยของสังคม มติเหล่านั้นได้ถูกตั้งข้อกังขาไปแล้วว่าเกิดขึ้นภายใต้องค์ประชุมที่มีมลทิน
แรงสั่นสะเทือนจากคดีนี้จะไม่ถูกจำกัดวงอยู่แค่ในรั้วสภาสูง หากศาลไล่เส้นทางเงินและสืบสาวไปถึง "ตัวการใหญ่" ที่คอยชักใยอยู่หลังม่าน ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กการเมือง รัฐมนตรี หรือพรรคการเมือง คดีฮั้วระดับชาติจะถูกยกระดับสู่คดีอาญา การฟอกเงิน และอาจนำไปสู่เดดล็อกทางการเมือง ลากยาวไปถึงการปรับคณะรัฐมนตรี หรือการยุบสภาล้มกระดานรัฐบาล ซึ่งย่อมกระชากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุนให้ดิ่งเหวตามไปด้วย
สปอตไลต์อีกดวงยังต้องสาดกลับไปที่ กกต. โดยไม่อาจหลีกเลี่ยง สังคมย่อมทวงถามอย่างหนักหน่วงว่า หากพยานหลักฐานมัดแน่นจนถึงขั้นส่งศาลได้ เหตุใดจึงเร่งรีบประทับตราเซ็นรับรองให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้ามานั่งชูคอแต่แรก ความล่าช้าและรอยรั่วของการกรองคนนี้ อาจกลายเป็นบูมเมอแรงที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนองค์กรอิสระเสียเอง ผ่านการถูกฟ้องร้องตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่
ฉากจบที่เลวร้ายที่สุดของเรื่องนี้ จึงไม่ใช่แค่การสูญเสียสถานะของ ส.ว. ลอตใหญ่ แต่มันคือ "วิกฤตความชอบธรรม" ที่กัดกินรากฐานของระบบ ระบาดตั้งแต่ความคลางแคลงใจในตัวแทนกลุ่มอาชีพ ลุกลามสู่องค์กรอิสระ และเผาผลาญความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐมนตรีผู้กุมบังเหียนประเทศ
แท้จริงแล้ว การที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา ไม่ใช่ต้นเหตุของการบ่อนทำลายชาติ ต้นตอของวิกฤตคือความจงใจทุจริตบิดเบือนกติกาตั้งแต่ต้นต่างหาก กระบวนการยุติธรรมคือมีดหมอที่จะต้องผ่าตัดเนื้อร้ายนี้ทิ้งไป คำถามสำคัญคือ สังคมไทยพร้อมรับความเจ็บปวดและแรงกระเพื่อมจากการผ่าตัดใหญ่ครั้งนี้ เพื่อแลกกับการล้างบางระบบการเมืองให้สะอาดขึ้นแล้วหรือยัง?
#ฮั้วสว #สวชุดใหม่ #การเมืองไทย #กกต #ข่าวการเมือง #วิกฤตการเมือง #รัฐบาล #วุฒิสภา #ศาลรัฐธรรมนูญ #บทวิเคราะห์การเมือง #สยามรัฐ #ดิเรกฤทธิ์เจนครองธรรม #siamrathonline








