พ่อค้าแม่ค้าพื้นที่ชายแดน ไทย กัมพูชา เฮ หลังโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ช่วยฟื้นฟูบรรยากาศการค้าขายชายแดนสุดคึกคัก ดันยอดขายหน้าร้านพุ่งพร้อมเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ วอนรัฐบาลพิจารณาขยายวงเงินเพิ่มเป็น2,000บาทต่อเดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนและกระตุ้นหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากหญ้าให้ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 4ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยบริเวณพื้นที่ชายแดนกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด หลังรัฐบาลเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”(60/40) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างส่งเสียงสะท้อนไปในทิศทางเดียวกันว่า โครงการนี้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านค้าในตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ และร้านค้าชุมชนในพื้นที่ชายแดน พบว่ามีประชาชนเดินทางนำสิทธิจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มาจับจ่ายซื้อของจำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่งผลให้สินค้าหลายรายการโดยเฉพาะน้ำมันพืช ข้าวสาร ไข่ไก่ ผัก ผลไม้และของใช้ในครัวเรือนขายดีเป็นพิเศษ
สอบถามนายสมเกียรติ เดิมประโคนชัย อายุ52ปี ชาวตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ พ่อค้าขายผลไม้ในตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด เปิดเผยว่าตั้งแต่มีโครงการนี้เข้ามา ยอดขายที่เคยซบเซาลงไปอย่างมากจากสภาวะเศรษฐกิจก็กลับมาฟื้นตัวขึ้น คนในพื้นที่และผู้ได้รับสิทธิต่างออกมาใช้จ่ายกันอย่างคึกคัก เพราะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง และเงินก็หมุนเวียนอยู่ในชุมชนไม่ได้ไหลออกไปไหน“ดีใจมากที่รัฐบาลมีโครงการนี้ขึ้นมา มันช่วยคนเล็กคนน้อยอย่างพวกเราได้เยอะมาก ยอดขายต่อวันเพิ่มขึ้นเห็นๆ อยากขอบคุณรัฐบาลจริงๆ และถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะวิงวอนขอให้รัฐบาลพิจารณา ขยายวงเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ2,000บาท จากเดิม1,000บาท เพราะค่าครองชีพตอนนี้ค่อนข้างสูง หากได้เพิ่มอีกนิด จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและยิ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนให้หมุนเวียนได้ดีขึ้นกว่าเดิม ” เจ้าของร้านค้ากล่าวเสริมส่วนเรื่องปัญหาความขัดแย้งชายแดน ไทย กัมพูชา ตนเองก็เฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากมีการปะทะกันก็พร้อมจะอพยพไปทันที
ด้านนางอำนวย เนาวรัตน์ อายุ61ปี แม่ค้าขายของชำกล่าวว่า ช่วงที่ยังไม่มีโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส จะเงียบมากแต่มีโครงการนี้ถือว่าดีพอสมควร ส่วนการปะทะรอบที่3ไม่อยากให้มีเพราะสร้างผลกระทบต่อคนหาเช้ากินค่ำ
ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนต่างคาดหวังว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะดังกล่าวไปพิจารณา เพื่อเดินหน้าโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไป พร้อมขยายผลเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน








