ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล ที่ปรึกษาคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง “ภาวะผู้นำเชิงควอนตัมและวิชาชีพพยาบาล” ความว่า เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ระบบสุขภาพและวิชาชีพพยาบาลต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตของผู้คนที่ซับซ้อนมากขึ้น ภาระโรคเรื้อรัง โรคอุบัติใหม่ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตลอดจนความคาดหวังของผู้รับบริการที่สูงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้นำทางการพยาบาลจำเป็นต้องปรับวิธีคิด วิธีบริหาร และวิธีจัดการดูแลผู้ป่วยให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง
ผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสถาบันการศึกษาพยาบาลด้วย เช่น รายวิชาภาคปฏิบัติด้านการพยาบาลมารดา ทารก เด็ก และวัยรุ่น มีจำนวนประชากรกลุ่มเป้าหมายลดลงจากอัตราการเกิดที่ต่ำลง ขณะที่รายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุต้องรับมือกับความซับซ้อนของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นในประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้ผู้นำทั้งในโรงพยาบาลและสถาบันการศึกษาพยาบาลต้องปรับมุมมองการบริหารและการจัดการเรียนรู้ใหม่ จากเดิมที่เน้นโครงสร้างอำนาจและการสั่งการแบบแนวดิ่ง ไปสู่การมองระบบสุขภาพและการศึกษาในฐานะเครือข่ายของความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกัน ผู้นำที่มีความยืดหยุ่นจะสามารถมองเห็นแรงกระทบระหว่างบุคคล หน่วยงาน องค์กร และบริบททางสังคมได้อย่างรอบด้าน พร้อมทั้งใช้หลักจริยธรรมเป็นฐานในการตัดสินใจ ภาวะผู้นำเชิงควอนตัมจึงเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มความเข้มแข็งให้ศาสตร์การพยาบาล ทั้งในด้านการดูแลผู้ป่วยแบบบุคคลเป็นศูนย์กลาง และการจัดการศึกษาที่ทำให้ผู้สอน นักศึกษา และผลลัพธ์ของการปฏิบัติการพยาบาลมีความเข้าใจสอดคล้องกันมากขึ้น
ในบริบทเช่นนี้ ภาวะผู้นำแบบเดิมที่อาศัยการสั่งการจากบนลงล่างอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้นำทางการพยาบาลจำเป็นต้องมองเห็นความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ ทั้งในระดับบุคคล หน่วยงาน องค์กร และสังคม โดยเฉพาะการบริหารที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ความยืดหยุ่น และความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง แนวคิด “ภาวะผู้นำเชิงควอนตัม” จึงเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล
ควอนตัมทางการพยาบาล หมายถึง การมองเห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งรอบตัวผู้รับบริการ ทั้งปัจจัยด้านร่างกาย จิตใจ ครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อม ระบบบริการ และบริบททางสังคม ปัจจัยเหล่านี้ไม่หยุดนิ่ง แต่เปลี่ยนแปลง เลื่อนไหล และส่งผลต่อกันอย่างซับซ้อน แนวคิดนี้จึงช่วยให้พยาบาลไม่มองปัญหาสุขภาพเพียงจุดเดียว แต่เข้าใจความเจ็บป่วยของมนุษย์ในฐานะผลรวมของความสัมพันธ์หลายมิติ
ในหน่วยบริการสุขภาพที่มีความไม่แน่นอนสูง เช่น หอผู้ป่วยวิกฤติ หน่วยบริการปฐมภูมิ หรือการดูแลสุขภาพชุมชน ภาวะผู้นำเชิงควอนตัมมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้พยาบาลและผู้นำทางการพยาบาลเข้าใจว่าปัญหาของผู้รับบริการไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว หากแต่เกิดจากปัจจัยหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน การดูแลจึงต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิชาชีพ การคิดเชิงระบบ และความเข้าใจเห็นใจอย่างลึกซึ้ง (Empathetic Nursing Care)
เมื่อผู้นำทางการพยาบาลแสดงออกถึงภาวะผู้นำเชิงควอนตัม บุคลากรในองค์กรจะเกิดความพร้อมในการปรับตัวและร่วมมือกันมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงในการทำงานจะไม่ได้เกิดจากคำสั่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ ความเข้าใจร่วม และการประสานงานอย่างเป็นพลวัตระหว่างผู้นำกับผู้ปฏิบัติ ส่งผลให้การนำองค์กรเชื่อมโยงกับความเป็นวิชาชีพ และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของการพยาบาล
นอกจากนี้ ภาวะผู้นำเชิงควอนตัมยังส่งเสริมให้พยาบาลคิดนอกกรอบ มองเห็นความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงเกี่ยวกับผู้ป่วย ควบคู่กับหลักคุณธรรมจริยธรรม กล่าวได้ว่าแนวคิดนี้เป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างทฤษฎีภาวะผู้นำกับศาสตร์แห่งการดูแลที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจ เห็นใจ และเคารพในความเป็นมนุษย์
ในด้านการศึกษาพยาบาล แนวคิดควอนตัมสามารถนำมาใช้ในการออกแบบการเรียนรู้ โดยเฉพาะรายวิชาที่ต้องการพัฒนาภาวะผู้นำและความเป็นวิชาชีพของนักศึกษาพยาบาล อาจารย์ผู้สอนสามารถออกแบบกิจกรรมให้นักศึกษาเข้าใจความเชื่อมโยงของผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน สถานการณ์ในหอผู้ป่วย และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ
กิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม เช่น การวิเคราะห์กรณีศึกษา การเขียนบันทึกสะท้อนคิด การอภิปรายกลุ่ม และการวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง จะช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกใช้วิจารณญาณ มองเห็นความไม่แน่นอนของสถานการณ์ วิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล โดยยังคงยึดหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพพยาบาล
การจัดการศึกษาเชิงควอนตัมจึงไม่ได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นการพัฒนานักศึกษาให้เป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้ คิดเป็นระบบ ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจของความเข้าใจเห็นใจ นักศึกษาจะตระหนักว่าความสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่ได้เกิดจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม แนวคิดควอนตัมทางการพยาบาลยังมีความท้าทาย เพราะวรรณกรรมหลายชิ้นยังมีลักษณะเป็นนามธรรม และยังขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่าการปฏิบัติการพยาบาลหรือการจัดการเรียนรู้ได้บูรณาการแนวคิดนี้ไว้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ดังนั้น การให้คำนิยามที่ชัดเจนและการนำไปใช้จริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ
การพยาบาลมนุษย์คนหนึ่งไม่ควรมองเพียงอาการหรือปัญหาทางคลินิกที่ปรากฏตรงหน้า แต่ควรพิจารณาอย่างลึกซึ้งถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความเป็นบุคคลของผู้รับบริการ เช่นเดียวกับการจัดการเรียนการสอนที่ควรเปิดโอกาสให้นักศึกษาพยาบาลได้พินิจพิเคราะห์ปัญหาอย่างรอบด้าน
การตัดสินใจทางคลินิกหรือการนำองค์กรจึงไม่ใช่การตัดสินใจแบบเส้นตรง หากเป็นการมองปัญหาเป็นวงกลมที่ครอบคลุมปัจจัยหลากหลายซึ่งเชื่อมโยงและส่งผลต่อกัน ภาวะผู้นำเชิงควอนตัมจึงเป็นแนวคิดที่ช่วยให้วิชาชีพพยาบาลตอบสนองต่อความซับซ้อนของยุคสมัย และนำไปสู่การดูแลที่เข้าถึงความเป็นมนุษย์








