วันที่ 28 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า ‘สามารถ’ สวนกลับ ‘ไอติม’ อย่าใช้ปากตีกินรายวัน ฉะข้ามขั้นตอนกฎหมาย-ไร้จริยธรรม สส. เตือนสติลืมดูสีส้ม ระวัง ‘หอกพุ่งหาเจ้าของ’ ชี้หากไร้น้ำยาใช้กลไกสภาฯ ควรลาออก
ยันนายกฯ เดินทางไปโรงแรมเป็นสิทธิ ชี้ไร้หลักฐานสั่งการฮั้ว สว. งัด รธน. ม.210 (3)-ม.170-ม.82 และ ม.3 วรรคสอง จี้เลิกเลือกปฏิบัติ ฟาดกลับกระบวนการจัดตั้ง สว. สีส้ม ย้อนดูคำพูด ‘ธนาธร’ ย้ำหากไม่รู้จักหน้าที่ สส. ควรลาออกไปพูดในฐานะประชาชน
ผมเห็นคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือคุณไอติม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาขยี้ข่าวรายวันเรื่องฮั้ว สว. แล้วพยายามลากท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กับคุณสุขสมรวย วันทนียกุล เข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว ผมบอกตรงๆ ในฐานะคนที่เคยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม และทำงานร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมา ผมเห็นแล้วมันอดไม่ได้จริงๆ ครับ
สิ่งที่คุณพริษฐ์ ออกมาพูดทุกวันเนี่ย มันสะท้อนเลยว่าคุณพริษฐ์ “ไร้จริยธรรมของความเป็น สส.” และ “ขาดความเข้าใจทั้งหลักรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และหลักนิติธรรม” อย่างสิ้นเชิง
วันนี้ผมขอผ่าข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และหลักการเมือง ให้พี่น้องประชาชนได้ฟังชัดๆ เป็นข้อๆ ครับ
1. รู้จักหน้าที่ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับสภาฯ บ้างไหม
รัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ชัดเจน ฝ่ายค้านมีกลไกตรวจสอบเต็มมือ แต่คุณกลับไม่ยอมใช้
เรื่องอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและการยื่นถอดถอน (รธน. มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 170 และมาตรา 82)
โดยที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า “ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ” ประกอบกับ มาตรา 170 วรรคสาม ที่ให้นำ มาตรา 82 มาใช้บังคับเรื่องความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ระบุไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก... เพื่อส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย”
นั่นหมายความว่า หากคุณพริษฐ์สงสัยว่าท่านนายกฯ หรือรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม หรือมีปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 170 คุณก็ใช้ สส. พรรคสีส้มที่มีอยู่เป็นร้อยคน แค่ 50 คน (1 ใน 10 ของสภา) เข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจพิจารณาตามมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) ได้ทันที! แต่ทำไมคุณพริษฐ์ไม่ยอมทำครับ?
เรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ (รธน. มาตรา 151):
รัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ระบุไว้ชัดเจนว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ” นี่คือเครื่องมือซักฟอกรัฐบาลที่เด็ดขาดที่สุด ให้ฝ่ายค้านได้ระบุตัวบุคคล นำพยานหลักฐานมาตีแผ่และลงมติในสภาฯ แต่ในสมัยประชุมที่ผ่านมา พรรคสีส้มกลับ ไม่เคยยื่นเลยแม้แต่ญัตติเดียว
แล้วเรื่องการยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ (รธน. มาตรา 152):
โดยที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ระบุไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ” ช่องทางนี้ใช้ซักถามและสะท้อนข้อสงสัยการบริหารราชการแผ่นดินได้โดยตรง แต่คุณพริษฐ์ก็ไม่ยอมใช้อีก
ส่วนหยิบยกเรื่องกระทู้ถาม ออกมาท้าท่านนายกฯ ให้มาตอบกระทู้รายวัน อยากถามว่าคุณพริษฐ์ควรไปอ่านข้อบังคับสภาฯ มาใหม่นะ ท่านนายกฯ มีภารกิจบริหารราชการแผ่นดินเพื่อบ้านเมือง เขามีสิทธิ์มอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบแทนได้ ไม่ใช่ต้องมานั่งรอตอบกระทู้ถามตีกินของคุณพริษฐ์
2. ในทางหลักรัฐศาสตร์ การไปโรงแรมพลูแมนมันผิดตรงไหน?
โรงแรมพูลแมนเป็นสถานที่สาธารณะ ใครเขาก็ไปกันได้ คุณไม่มีหลักฐานสักชิ้นว่าท่านนายกฯ ไปสั่งฮั้ว สว. แต่เอามาผูกเรื่องตีกินรายวัน เพื่อให้คนที่ไม่รู้ข้อมูลเข้าใจผิด ทำลายความรู้สึกของประชาชนที่เลือกท่านอนุทิน เลือกคุณสุขสมรวย และเลือกพรรคภูมิใจไทย นี่มันจริยธรรมของนักการเมืองแบบไหนครับ?
3. “หอกพุ่งหาเจ้าของ” และหลักนิติธรรม (รธน. มาตรา 3 วรรคสอง)
โบราณเขาว่าไว้ “หอกพุ่งหาเจ้าของ” หรือ “ว่าแต่เขา อีหน่าเป็นเอง” หมายถึงคนที่ชอบทำอะไรไว้ตั้งใจจะทำร้ายคนอื่น สุดท้ายเรื่องนั้นมันจะย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง
รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม” ซึ่งหัวใจของหลักนิติธรรมคือ "ความเสมอภาคทางกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ"
คุณพริษฐ์กำลังกางตำราไล่บดขยี้แต่สิ่งที่เรียกว่า "สว. สีน้ำเงิน" แต่แกล้งทำเป็นหลับตาข้างเดียว มองไม่เห็น "สว. สีส้ม" ในเครือข่ายตัวเอง ทั้งที่ประชาชนเขารู้กันทั้งประเทศว่า สว. สายสีส้มก็มีการจัดตั้ง นัดประชุม ตกลงวางตัวโหวตเหมือนกัน พอ สว. สอบตก สุดท้ายก็ขยับมาเป็น สส. สีส้มก็มีให้เห็น
ย้อนไปดูคำพูดและจิตวิญญาณที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยหาเสียงไว้สิครับ เขายกเรื่องการเมืองใหม่ โปร่งใส พร้อมถูกตรวจสอบ แต่พอมาถึงยุคคุณพริษฐ์ กลับเลือกปฏิบัติ ถ้าคุณจะตรวจคนอื่น แต่ปกป้องพวกตัวเอง มันขัดมาตรา 3 วรรคสอง และหอกเล่มนี้แหละครับมันจะพุ่งกลับไปปักอกพวกคุณเอง
ถ้าคุณพริษฐ์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และ สส. ไม่รู้จักใช้กลไกสภาฯ ไม่เคารพข้อบังคับสภาฯ ไม่ดำเนินกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ละทิ้งหลักนิติธรรม และดีแต่เอาปากมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวตีกินรายวันแบบนี้
ผมแนะนำด้วยความหวังดีเลยครับ ให้ลาออกจากประธานวิปฝ่ายค้าน ลาออกจาก สส. แล้วออกมาเคลื่อนไหวสู้ในฐานะประชาชนธรรมดาเสียดีกว่า อย่าใช้คราบ สส. และเวทีสภาผู้แทนราษฎรมาทำให้ประชาชนสับสนแบบนี้เลยครับ








