ดร.วาสนา จักรแก้ว อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ ศูนย์การศึกษาลำปาง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต รศ.ดร.เกศสุดา สิทธิสันติกุล อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเศรษฐศาสตร์เกษตรและสิ่งแวดล้อม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำเสนอบทความเรื่อง “การจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่นในยุคควอนตัม กระบวนทัศน์ใหม่ของระบบการเรียนรู้ในโลกที่ไม่แน่นอน” ความว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระดับโลกสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านกรอบแนวคิด VUCA (Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity) และ BANI (Brittle, Anxious, Nonlinear, Incomprehensible) ที่ทำให้เห็นว่าสังคมโลกกำลังเผชิญกับความผันผวน ความเปราะบาง ความซับซ้อน และความไม่แน่นอนในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้การดำรงชีวิต การทำงาน และการเรียนรู้จำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำรงอยู่และพัฒนาศักยภาพได้อย่างยั่งยืนในโลกอนาคต
ระบบการจัดการศึกษาแบบดั้งเดิมที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง (Linear Education System) ซึ่งเน้นหลักสูตรตายตัว การจัดการเรียนรู้รูปแบบเดียวสำหรับผู้เรียนทุกคน และการประเมินผลด้วยมาตรฐานเดียวกัน กำลังเผชิญกับข้อจำกัดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากไม่สามารถตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งไม่สามารถพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงาน ซึ่งปัญหาสำคัญของผู้เรียนในปัจจุบันเกิดจากปัญหาหลายอย่าง เช่น การขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ความซับซ้อนของบริบทชีวิต ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความแตกต่างด้านศักยภาพ และความไม่สอดคล้องระหว่างเนื้อหาการศึกษาและทักษะที่จำเป็นต่อโลกแห่งการทำงาน ส่งผลทำให้ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยไม่สามารถค้นพบเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง และไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษา การประกอบอาชีพ และคุณภาพชีวิตในอนาคต
แนวคิดการจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่น (Flexible Education) ได้รับความสนใจในฐานะกระบวนทัศน์ใหม่ของการจัดการศึกษา ที่มุ่งออกแบบระบบการเรียนรู้ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการ ศักยภาพ และบริบทของผู้เรียนแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเวลา สถานที่ วิธีการเรียนรู้ และเส้นทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความสนใจและเป้าหมายของตนเอง ความยืดหยุ่นดังกล่าวครอบคลุมทั้งด้านเวลา (Flexible Time) ที่ผู้เรียนสามารถกำหนดจังหวะการเรียนรู้ได้ตามความพร้อม ด้านสถานที่ (Flexible Place) การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในห้องเรียน ออนไลน์ ชุมชน หรือสถานประกอบการ ด้านหลักสูตร (Flexible Curriculum) ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรายวิชา โมดูล หรือสะสมหน่วยกิตจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย รวมถึงด้านการประเมินผล (Flexible Assessment) ที่มุ่งประเมินสมรรถนะและผลลัพธ์การเรียนรู้ที่แท้จริงมากกว่าการวัดผลด้วยการสอบเพียงรูปแบบเดียว
การจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่นยังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบที่สนับสนุนผู้เรียน (Learner Support System) อย่างรอบด้าน รวมทั้งการให้คำปรึกษาทางวิชาการ การแนะแนวอาชีพ การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรการเรียนรู้ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการทำงานได้อย่างเท่าเทียม การศึกษาในรูปแบบดังกล่าว มุ่งเน้นเพียงการให้ความรู้ และการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนสามารถออกแบบชีวิต อาชีพ และเส้นทางการพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน
การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในปัจจุบัน มีการปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนรวมถึงการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของระบบการศึกษา ซึ่งสามารถอธิบายได้ผ่านกรอบแนวคิด “ระบบควอนตัม” (Quantum System) ที่มองว่าสรรพสิ่งไม่ได้ดำรงอยู่ในลักษณะคงที่หรือเป็นเส้นตรง แต่ประกอบด้วยความเป็นไปได้ที่หลากหลาย ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการด้านการศึกษา ทำให้เห็นว่าผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ตามเส้นทางเดียวกันแต่สามารถออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทของตนเอง ในขณะเดียวกันการเรียนรู้ยังเกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชน ภาคธุรกิจ และเทคโนโลยีดิจิทัล จนก่อให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่มีความยืดหยุ่น พร้อมปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง และเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับโลกแห่งการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่นในยุคควอนตัมมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนการสอน รวมถึงการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้เพื่อการทำงาน (Learning for Work) และการเรียนรู้เพื่อการดำรงชีวิต (Learning for Life) ควบคู่กันไป โดยมีระบบสนับสนุนที่เข้มแข็งและมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวต่อความไม่แน่นอน สร้างคุณค่าใหม่ และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต อันจะนำไปสู่การสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนในอนาคต








