ผู้พิพากษาศาลฎีกาเปิดมุมมองประเด็นร้อน “โทษประหารชีวิต” ชวนสังคมร่วมถกความเหมาะสมระหว่างสิทธิผู้กระทำผิด ความยุติธรรมของผู้เสียหาย และการปกป้องสังคมจากอาชญากรรมร้ายแรง
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายวิชัย ช้างหัวหน้า ผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wichai Changhuana ระบุว่า “ควรมีและบังคับใช้โทษประหารชีวิตหรือไม่”
ก่อนจะตอบคำถามว่า “ควรมีโทษประหารชีวิตหรือไม่” บางทีเราอาจต้องถามตัวเองก่อนว่า...
ในกระบวนการยุติธรรม เรากำลังมองเห็นใครอยู่บ้าง?
ทุกครั้งที่เกิดคดีอาชญากรรมร้ายแรง สังคมมักแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งเรียกร้องให้คุ้มครองสิทธิของจำเลย เพราะทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่มีใครควรถูกลงโทษเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
อีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเหยื่อ ผู้สูญเสียชีวิต คนที่ต้องสูญเสียคนรัก ครอบครัวที่ไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม และบาดแผลทางจิตใจที่อาจติดตัวไปตลอดชีวิต
หลายครั้ง...
สังคมพูดถึงสิทธิของผู้กระทำผิดมากจนลืมถามว่า
“แล้วสิทธิของผู้เสียหายอยู่ตรงไหน?”
ความยุติธรรมที่แท้จริงจึงไม่ใช่การเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ไม่ใช่เมตตาจำเลยจนลืมเหยื่อ
และไม่ใช่โกรธแค้นจำเลยจนลืมหลักกฎหมาย
แต่คือการหาจุดสมดุลระหว่างสิทธิของผู้กระทำผิดกับความเป็นธรรมของผู้เสียหาย
หากลงโทษหนักเกินไป ก็ไม่เป็นธรรมแก่จำเลย
หากลงโทษเบาเกินไป ก็ไม่เป็นธรรมแก่เหยื่อ
หน้าที่ของศาลจึงไม่ใช่การแก้แค้นแทนสังคม
แต่คือการกำหนดโทษให้เหมาะสมกับความผิดที่เกิดขึ้น
ในทางอาชญาวิทยา การลงโทษมีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการ
1. แก้แค้นทดแทน (Retribution): เพื่อให้ผู้กระทำรับผลสาสมกับการกระทำของตน
2. ข่มขู่ยับยั้ง (Deterrence): เพื่อป้องปรามเตือนคนอื่นไม่ให้กระทำผิดตาม
3. ตัดโอกาสก่ออันตราย (Incapacitation): เพื่อปกป้องสังคมจากผู้ที่เป็นภัยร้ายแรงโดยนำตัวไปกักขังไว้ในเรือนจำ
4. แก้ไขฟื้นฟู (Rehabilitation): เพื่อให้ผู้กระทำผิดกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้อีกครั้ง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า
“เราสงสารผู้กระทำผิดหรือไม่”
แต่ต้องถามด้วยว่า
“ผู้เสียหายได้รับความยุติธรรมแล้วหรือยัง”
สำหรับอาชญากรรมทั่วไป การแก้ไขฟื้นฟูอาจเป็นคำตอบที่เหมาะสม
แต่สำหรับอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด เช่น การฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน การสังหารหมู่ ฆาตกรต่อเนื่อง หรือการกระทำที่โหดเหี้ยมจนสังคมไม่อาจยอมรับได้ หลายคนจึงมองว่าโทษประหารชีวิตยังมีความจำเป็น
ไม่ใช่เพราะสังคมต้องการความโหดร้าย
แต่เพราะต้องการปกป้องสังคมจากอันตรายอย่างเด็ดขาด
ต้องการสร้างความยุติธรรมแก่ผู้สูญเสีย
และต้องการส่งสัญญาณว่า
มีเส้นแบ่งบางอย่างที่มนุษย์ไม่ควรก้าวข้าม
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโทษประหารก็มีเหตุผลที่ควรรับฟังเช่นกันทั้งเรื่องความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และคุณค่าของชีวิตมนุษย์นี่จึงเป็นประเด็นที่สังคมสามารถถกเถียงกันได้อย่างสุจริต แต่ไม่ว่าคำตอบสุดท้ายจะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืมคือความยุติธรรมไม่ได้มีไว้เพื่อผู้กระทำผิดเพียงฝ่ายเดียว
เพราะในทุกคดี
นอกจากจำเลยที่ยืนอยู่ในห้องพิจารณา
ยังมีเหยื่ออีกจำนวนมาก
ที่กำลังรอคำตอบจากสังคมเช่นกัน
และบางครั้ง...
คนที่ต้องการความเมตตามากที่สุด
อาจไม่ใช่ผู้ที่ถูกพิพากษา
แต่อาจเป็นคนที่สูญเสียทุกอย่างไปแล้วจากอาชญากรรมนั้นต่างหาก!
อ.วิชัย wichai
#โทษประหารชีวิต #Success in Law








