สภาอุยกูร์โลกเคลื่อนไหวแรง! คัดค้านประหารชีวิต 2 จำเลยคดีระเบิดเอราวัณ จี้ไทยยึดมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2569 สภาอุยกูร์โลก (World Uyghur Congress : WUC) ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ที่ตัดสินให้ชาวอุยกูร์ 2 คน ได้แก่ บิลาล โมฮัมเหม็ด และ ไมไรลี ยูซุฟู มีความผิดในคดีวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ เมื่อเดือน ส.ค.2558 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บมากกว่า 163 คน พร้อมมีคำสั่งลงโทษประหารชีวิต
แถลงการณ์ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองถูกควบคุมตัวมาเป็นเวลาเกือบ 11 ปี นับตั้งแต่ถูกจับกุม และยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยได้ประกาศใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาดังกล่าว ทั้งนี้ WUC เห็นว่า คดีดังกล่าวมีข้อกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประเทศไทย มีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม ภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR
องค์กรดังกล่าวอ้างถึงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ ที่เคยแสดงความกังวลต่อการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเป็นเวลานาน รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมระหว่างการควบคุมตัว ตลอดจนประเด็นที่การพิจารณาคดีบางส่วนเกิดขึ้นในศาลทหาร ซึ่งถูกมองว่า มีข้อจำกัดด้านความโปร่งใส นอกจากนี้ ยังมีข้อวิจารณ์ว่า จำเลยไม่ได้รับล่ามภาษาอุยกูร์ที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอเป็นเวลาหลายปี
WUC ยังอ้างถึงความเห็นของคณะกรรมาธิการนักนิติศาสตร์สากลและองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ที่มองว่ากระบวนการสอบสวนและพิจารณาคดีมีข้อบกพร่องด้านสิทธิมนุษยชนหลายประการ และสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบยุติธรรมไทย โดยองค์กรดังกล่าวเห็นว่าการพิจารณาคดีควรอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เป็นอิสระและยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด
ตูร์กุนจาน อลาวดุน ประธานสภาอุยกูร์โลก กล่าวว่า คดีนี้ไม่สามารถแยกออกจากบริบทของความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับชาวอุยกูร์และรัฐบาลจีนได้ โดยระบุว่า รัฐบาลจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนาน เกี่ยวกับการใช้ข้อกล่าวหาด้านความมั่นคงและการก่อการร้ายต่อชาวอุยกูร์ พร้อมย้ำว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างโปร่งใส เป็นอิสระ และเป็นธรรม
นอกจากนี้ WUC ยังเชื่อมโยงคำพิพากษาดังกล่าวกับกรณีที่ประเทศไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับประเทศจีน เมื่อเดือน ก.พ.2568 แม้จะมีเสียงคัดค้านจากนานาชาติ โดยระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับชะตากรรมของบุคคลเหล่านั้น ซึ่งองค์กรเห็นว่า เป็นตัวอย่างของความเสี่ยงที่ชาวอุยกูร์อาจเผชิญภายหลังถูกส่งกลับจีน
แถลงการณ์ยังย้ำจุดยืนของ WUC ที่คัดค้านโทษประหารชีวิตในทุกกรณี โดยระบุว่า ผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงควรได้รับการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม แต่การดำเนินคดีต้องเคารพสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และกระบวนการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้กระบวนการอุทธรณ์ในคดีนี้ดำเนินไปอย่างเปิดเผย โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ท้ายที่สุด สภาอุยกูร์โลกเรียกร้องให้รัฐบาลของหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ติดตามและผลักดันให้ประเทศไทยรับรองมาตรฐานการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม โดยระบุว่า หากไม่สามารถพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ โดยปราศจากข้อสงสัยอันสมเหตุสมผล ควรเพิกถอนคำพิพากษา และหากยังคงคำพิพากษาไว้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้โทษประหารชีวิต
#สภาอุยกูร์โลก #WUC #คดีราชประสงค์ #ระเบิดราชประสงค์ #ศาลอาญากรุงเทพใต้ #โทษประหารชีวิต #สิทธิมนุษยชน #ICCPR #คดีระเบิดเอราวัณ #ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ #ข่าวการเมือง #ข่าวสังคม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด #กระบวนการยุติธรรม #สิทธิผู้ต้องหา #อุทธรณ์คดี #องค์กรสิทธิมนุษยชน #สหประชาชาติ #UN #อุยกูร์ #ชาวอุยกูร์ #จีน #ไทย #ความมั่นคง #กฎหมาย #นิติรัฐ #นิติธรรม #สิทธิมนุษยชนสากล #WorldUyghurCongress #Thailand #HumanRights #BreakingNews #ThailandNews #InternationalNews #คดีสำคัญ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวไทย #อัปเดตข่าว #ประเด็นร้อน








