‘ภคมน หนุนอนันต์’ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ฉะแหลก ‘นพ.สรณะ’ ทำตัวเป็นศรีธนญชัย ยื้อนั่งหัวโต๊ะประธาน กสทช. จนบอร์ดล่ม 3 ครั้งซ้อน ทั้งที่สรรหาชี้ขาดขาดคุณสมบัติ แฉเบื้องหลังหวังฮุบงบฯ กองทุน USO แสนล้าน-จ่อบินนอก เตรียมเชิญบอร์ดที่เหลือแจงสัปดาห์หน้า เตือนข้าราชการอย่าช่วยอุ้มคนผิด
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 11.10 น.ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงองค์ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่มเป็นครั้งที่ 3 ว่า หลังจากคณะกรรมการสรรหามีมติชัดเจนว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ตั้งแต่แรก แต่เจ้าตัวยังคงดึงดันจะทำหน้าที่ต่อ ซึ่งมองว่าไม่สามารถหวังจิตสำนึกความรับผิดชอบได้ เพราะตลอด 4 ปีที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติ จนกระทั่งมีข้อยุติเมื่อเดือนที่แล้ว หากมีความตระหนักดีคงไม่นั่งอยู่ในตำแหน่งที่ต้องดูแลทรัพย์สินของชาติต่างๆ หลักแสนล้านบาท
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การที่ นพ.สรณ อ้างกฎหมายว่าหากไม่ปฏิบัติหน้าที่อาจเข้าข่ายผิดมาตรา 157 นั้น ถือเป็นพฤติกรรมแบบ "ศรีธนญชัย" เพราะแท้จริงแล้วหมดภารกิจและขาดคุณสมบัติไปแล้วตั้งแต่ต้น ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องคณะกรรมการสรรหาว่าเป็นคนละชุดกับตอนแต่งตั้งนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้ขาดแล้วว่าเป็นกรรมการสรรหาที่ชอบด้วยกฎหมาย และพิจารณาจากหลักฐานเดียวกันซึ่งพบว่ามีการยื่นข้อมูลอันเป็นเท็จ
สำหรับสาเหตุที่ นพ.สรณ ยังยื้ออยู่ในตำแหน่ง น.ส.ภคมน ระบุว่า สังคมมองออกว่าเป็นเพราะผลประโยชน์มหาศาล เนื่องจากในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการพิจารณางบประมาณของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน USO) ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท จากมูลค่ากองทุนรวมหลักแสนล้านบาท รวมถึงมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศที่อาจมีการเบิกจ่ายงบประมาณของ กสทช. อีก พร้อมฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ไม่จำเป็นต้องแบกรับหรืออุ้ม นพ.สรณ ไว้ เพราะรัฐบาลมีภาระหน้าที่ที่ต้องชี้แจงกับสังคมอีกมาก
น.ส.ภคมน ยังได้ส่งสัญญาณเตือนไปถึงเลขาธิการและข้าราชการสำนักงาน กสทช. ว่า กสทช. ไม่ใช่องค์กรเอกชน แต่เป็นองค์กรที่ดูแลทรัพยากรแผ่นดิน จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปอุ้มชูคนที่ขาดคุณสมบัติ หรือทำตัวเป็นตัวตายตัวแทนเพื่อจัดการภารกิจที่คั่งค้าง และขออย่าใช้วิธีข่มขู่ว่าการทำประชุมล่มเป็นการขัดขวางการทำงาน แต่ควรถามกลับว่าคนที่ขาดคุณสมบัติแล้วยังดึงดันนั่งหัวโต๊ะมีความผิดทางกฎหมายหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ กสทช. เปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
"ในสัปดาห์หน้า กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะเชิญบอร์ด กสทช. ท่านอื่นๆ เข้ามาหารือถึงผลกระทบทางกฎหมายจากการที่คนที่ขาดคุณสมบัติยังคงดึงดันเข้าร่วมประชุม ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หาก พ.ร.บ. กสทช. ไม่ได้ปิดล็อกไว้ กสทช. ควรถ่ายโอนหรือทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อแต่งตั้งผู้รักษาการหรือประธานชั่วคราว ไม่ให้ภารกิจขององค์กรหยุดชะงัก และขอท้าให้ นพ.สรณะ นัดประชุมต่อไปเรื่อยๆ สังคมจะได้เห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจน" น.ส.ภคมน กล่าว








