STM ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมโดรนจากตุรกี นำทัพระบบอากาศยานไร้คนขับที่หลากหลาย มาจัดแสดงในงาน DronTech Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11–13 พ.ย. 69 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่สามารถรองรับทุกภารกิจป้องกันประเทศ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม UAV ด้วย AI และระบบอัตโนมัติ ส่งออกกว่า 15 ประเทศ มุ่งสู่ผู้นำเทคโนโลยีไร้คนขับระดับโลก
อุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) กำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ หลายประเทศเร่งลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
โดยประเทศตุรกี ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด หลังสามารถยกระดับจากประเทศผู้นำเข้าเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ สู่การเป็นผู้พัฒนาและผู้ส่งออกระบบอากาศยานไร้คนขับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีบริษัท ซาวุนมา เทกโนโลชีเลรี มิวเฮนดิสลิก เว ทีจาเรต อา.เช. (Savunma Teknolojileri Mühendislik ve Ticaret A.Ş. - STM) เป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทตั้งแต่การออกแบบ วิจัย พัฒนา ผลิต ไปจนถึงการส่งออกเทคโนโลยี UAV ไปยังตลาดโลก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ STM ถูกนำไปใช้งานแล้วในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก สะท้อนศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมโดรนตุรกีในเวทีโลก
สร้างอุตสาหกรรมจากยุทธศาสตร์พึ่งพาตนเอง
นายเอิซกือร์ กือเลอรือซ (Özgür Güleryüz) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร STM เปิดเผยว่า ความสำเร็จของอุตสาหกรรม UAV ของตุรกีเกิดจากนโยบายการสร้างความพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense Self-Sufficiency) ผ่านการลงทุนด้านวิศวกรรม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำประสบการณ์จากการปฏิบัติการจริงมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ระบบอากาศยานไร้คนขับของตุรกีสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง
โดยจุดแข็งของ UAV จากตุรกี คือ ความคุ้มค่าด้านต้นทุน ประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ ความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งด้านการลาดตระเวน การเฝ้าระวัง และการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของตุรกีสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกได้
พัฒนาแพลตฟอร์มที่หลากหลาย รองรับทุกภารกิจ
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน STM พัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับมากกว่า 13-14 แพลตฟอร์ม ครอบคลุมทั้งโดรนลาดตระเวน โดรนโจมตี และระบบอาวุธบินวนโจมตี (Loitering Munition) ได้แก่ KARGU, TOGAN, ALPAGU, BOYGA, KUZGUN และ TUNGA-X ซึ่งล้วนได้รับการพัฒนาให้รองรับการใช้งานในภารกิจที่หลากหลาย ภายใต้หัวใจสำคัญของการพัฒนา คือ การผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning และ Computer Vision เข้าไว้ในระบบอากาศยานไร้คนขับ ทำให้ UAV สามารถวางแผนการบินอัตโนมัติ ติดตามเป้าหมาย ปฏิบัติภารกิจแบบฝูง (Swarm) และทำงานได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้สัญญาณ GPS หรือมีการรบกวนระบบสื่อสาร ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั่วโลก
ขยายกำลังผลิต รองรับตลาดโลก
นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว STM ยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากทั้งกองทัพตุรกีและลูกค้าต่างประเทศ พร้อมรักษามาตรฐานคุณภาพระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยอีกหนึ่งก้าวสำคัญในปี 2569 คือ การได้รับสัญญาจากประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) และสหภาพยุโรป (EU) เพื่อติดตั้งระบบโดรน KARGU และ ALPAGU บนยานเกราะทางบก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกที่มีต่อเทคโนโลยีของ STM และเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมโดรนตุรกีในระยะยาว
มุ่งสู่แพลตฟอร์มระบบไร้คนขับครบวงจร
STM มองว่า ทิศทางของอุตสาหกรรมระบบไร้คนขับในอนาคตจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอากาศยานไร้คนขับ แต่จะขยายสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ ทั้งระบบไร้คนขับทางอากาศ ผิวน้ำ และใต้น้ำ โดยมี AI ระบบอัตโนมัติ การปฏิบัติการแบบฝูง ความสามารถในการทำงานโดยไม่พึ่งพาระบบนำทางดาวเทียม (GNSS-Independent Navigation) และการทำงานร่วมกันระหว่างกำลังพลกับระบบไร้คนขับ (Manned-Unmanned Teaming) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต
โดยแนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรม UAV กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นระบบนิเวศของเทคโนโลยีไร้คนขับ (Unmanned Systems Ecosystem) ซึ่งเชื่อมโยงทั้งซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบสื่อสาร และแพลตฟอร์มอากาศยานเข้าไว้ด้วยกัน และจะกลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศผู้พัฒนาเทคโนโลยีในระยะยาว
โชว์ศักยภาพในงาน DronTech Asia 2026
สำหรับในงาน DronTech Asia 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี STM เตรียมนำระบบอากาศยานไร้คนขับที่ผ่านการใช้งานจริงมาจัดแสดง ได้แก่ KARGU ระบบอาวุธบินวนโจมตีที่รองรับการปฏิบัติการแบบฝูง TOGAN โดรนลาดตระเวนและเฝ้าตรวจที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมระบบ NEST Smart Nesting System สำหรับภารกิจต่อเนื่อง และ BOYGA โดรนปล่อยกระสุนที่ออกแบบสำหรับภารกิจโจมตีเป้าหมายด้วยความแม่นยำสูง
การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของตุรกีในฐานะหนึ่งในประเทศผู้นำด้านอุตสาหกรรม UAV ของโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานด้านความมั่นคงจากภูมิภาคเอเชียได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านระบบไร้คนขับ ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงของโลกในทศวรรษหน้า








